ภาษาไทย
เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก บทความ


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (545)
 หูฟังทุกแบรนด์
 Headphone Amps
 DAC-AMP
 iPod
 Portable Player
 Acessories
 ลำโพง
 สายสัญญาณต่างๆ
 CD Player
 หูฟัง Headsets
 วิทยุ FM Radio
 Harddisk Media Player
 Bags
 Cartridges (หัวเข็ม)
 Headphone Amps
 Dac - Amp
 Digital Interfaces
 Power Supplies
 Woo Audio
 M2Tech
 Clef Audio
 ขาตั้งหูฟัง
 AURALiC
 Burson Audio
 peachtree audio
 ฟองน้ำหูฟัง



สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 16/09/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 29/09/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 545


จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ











บทความ
Grado อภิมหากาพย์...หูฟังระดับพระกาฬ (ภาค 1-2) โดย..นายมั่นคง (อ่าน 152920/ตอบ 27)

GRADO

บทความชามพิเศษ

ใส่ทุกอย่าง !!!

 เกี่ยวกับ หูฟัง Grado  

************************************

ลำนำรำพัน

            แรกเริ่มเดิมทีนั้น ผมตั้งใจจะเขียนรีวิวฉบับนี้แต่เพียงคร่าวๆ ย่นย่อ  แต่หลังจากที่พยายามย่อ พยายามตัดทอน ทั้งบีบทั้ง compress ข้อมูล (ขอเดาะใช้ภาษาอังกฤษ) กลับปรากฏว่ามันไม่ได้อรรถรสของเนื้อหา   การที่จะเล่นหรือรักในงานอดิเรกเช่นการเล่นหูฟังนั้น มันมีแง่มุมให้ศึกษา มากกว่าจะอ่านกันแค่ไม่กี่บรรทัดแล้วจบกัน 555

             ผมจึงขอบังอาจทำรีวิวมหากาพย์ระดับพระกาฬ ซัก 1 เรื่อง  ซึ่งไม่น่าจะพ้นหูฟังที่สุดยอดโด่งดังแห่งยุค  เป็นหูฟัง Brand เดียวเท่านั้น ที่ยังยึดมั่นและผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นงาน Hand made ที่มีมนต์ขลังอย่างยิ่ง..........โดยมีภาคต่อกันทั้งหมด 3 ภาค

         ภาคที่ 1 ตอน กำเนิด Grado กุมาร

        ภาคที่ 2 ตอน สู้...สู่ความเป็นหนึ่ง

        ภาคที่ 3 ตอน ภัณฑ์วิพากษ์ (Reviews)

หูฟัง PS-1 รุ่น Professional Series

            ต้องขอออกตัวและขอกล่าวคำอภัยไว้ล่วงหน้าว่า   รีวิวติงต๊องชิ้นนี้คงจะแฝงไปด้วยความทะลึ่ง ทะเล้น กวนฝ่าเท้า (ตีน)  ตามสันดานของคนรีวิวเยี่ยง........นายมั่นคง  เช่นที่ผ่านๆมา 5555   แต่เนื้อหาและสาระนั้น มิได้มีเจตนาในทางลบหลู่ แต่ในทางตรงกันข้าม เต็มไปด้วยความเคารพและคารวะต่อผู้ที่กล้าพลิกฟ้า....ท้าโลกหูฟัง   ผลิตผลงานที่น่าทึ่งอย่างเช่น John Grado

            ใครที่ในใจร้องว่า "เบื่อโว้ย ขี้เกียจอ่านยาวๆ โว้ย" 5555  กรุณาขยับฝ่ามือ และขยับก้นของท่านเลื่อนไปอ่านภาคที่ 3 เลยก็แล้วกัน.........555

 

จอห์น กราโด้ กับใบปิดโฆษณาแบบใหม่

เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ถ่ายใน Grado Lab

 

GRADO

 Over 50 Years Old

Hand Made in U.S.A.

 

ภาคที่ 1

กำเนิด  Grado กุมาร

 ใบปิดโฆษณาใบแรกของบริษัท Grado ในปี 1963

         ในปี คศ.1925  ต้นตระกูลของ Grado ได้ทำการอพยพจากเกาะชิชิลี, อิตาลี เพื่อเข้ามาตั้งรกรากในอเมริกา  หากจะถามว่า ทำไมถึงย้ายมา เค้าเวนคืนที่เหมือนเมืองไทยเหรอ   ปู่โธ่ ใครจะไปรู้ลึกขนาดนั้น  เอาประมาณว่าเค้าอยากมาอยู่อเมริกาก็แล้วกัน  

         ปู่ของ John Grado มีบุตรชายอยู่ 5 คน แต่คนที่มีบทบาทที่สุดเห็นทีจะเป็น Joseph Grado และ  Angelo Grado  ปู่หรือก๋งของ John Grado นั้นหลังจากเข้ามาตั้งรกรากในอเมริกา ก็จัดแจงเซ้งตึกเสียแป๊ะเจี๊ยะ และเปิดแผงขายผักและผลไม้ภายในตึกแถวคูหานั้น  คงจะคล้ายๆ กับแผงขายผลไม้ตามตลาดเก่า เยาวราช  แต่ที่แน่ๆ คงไม่ได้ขายลงไปถึง เงาะ หรือ ลางสาด หรือ มะยมดอง ฝรั่งแช่บ๊วยแน่นอน

         บุตรชายคนอื่นๆ ของตระกูล Grado นั้น บางคนก็ยึดอาชีพขายของชำตามความถนัด บางคนก็ไม่ชื่นชอบในการฝึกฝนทำงานเชิงช่าง  เรียกได้ว่าต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำมาหารับประทานตามความถนัดของแต่ละคน...........แต่ !!!!!!

ภาพวาดสีน้ำมันของ Angelo บิดาของ John Grado

          Angelo Grado ซึ่งเป็นบุตรคนเล็ก ซึ่งมีลูกชายแท้ๆ ก็คือ John Grado นั่นเอง  Angelo เป็นคนรักงานศิลปะ เค้าถนัดงานเขียนสีน้ำมัน รวมถึงรักที่จะเป็นครูสอนวิชาศิลปะ  Angelo ไม่มีหัวทางช่าง  จะให้จับไขควง จับคีม จับฆ้อน ก็เงอะงะ ไปหมด  ก็ในเมื่อใจมันรักในงานศิลปะซะแล้ว  Angelo ก็มุ่งมั่นไปทางงานศิลปะ  วาด วาด วาด และผลิตงานศิลป์จนได้ชื่อว่าเป็นศิลปินแนวหน้าคนหนึ่งในนิวยอร์ค

          Joseph Grado เป็นพี่ชายของ Angelo Grado ผู้ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งต่อ John Grado เป็นบุคคลที่มีบทบาทและทรงอิทธิพลต่อ John Grado มากจนถึงม๊ากมาก........ลุง Joseph เกิดในนิวยอร์ค  ลุง Joseph เป็นเด็กหัวดี  แกฝึกฝนฝีมือทางช่างมาตั้งแต่อายุ 16 ขวบ   เก่งกล้าในเชิงช่าง  ลุงแกเริ่มหัดเป็นช่างซ่อมนาฬิกา ทำนาฬิกา แต่ไม่ได้ชอบขโมยนาฬิกา 5555

ลุง Joseph ถ่ายคู่กับใบปิดโฆษณาการแสดงคอนเสิร์ทของตัวเอง

         ลุง Joseph ในเวลานั้น เก่งกล้าในวิชาช่าง จนขาโจ๋วัยเดียวกันแอบลากไปรุมตื๊บแถวๆ หลังวัดอยู่บ่อยๆ ด้วยความที่เก่งกล้าในเชิงช่าง และวิชาเครื่องเสียง ดังจนขนาดบริษัท marantz ต้องตะลึง และดึงเอามาเป็นที่ปรึกษาในเรื่องเสียง  เพราะลุง Joseph นั้นขึ้นชื่อว่า "หูดี" มากๆๆ  มากจนบริษัท Marantz ในขณะนั้นแต่งตั้งให้ลุง Joseph เป็นผู้กำหนดทิศทางและแนวเสียง  เรียกว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดในบริษัท

         ปี 1953 ลุง Joseph เริ่มต้นซุ่มผลิตหัวเข็มโฟโนสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียง   หวังรวยว่างั้นเหอะ 555 และที่สำหรับทดลองผลิตก็ไม่ใช่ที่ไหน ก็โต๊ะกินข้าวในบ้านนั่นแหละครับ เรียกว่าใช้วิธีแสวงเครื่อง และไม่ลงทุนเอาซะเลย 555  

         ในปีนี้ ปี 1953 เจ้าหนู John Grado ได้ถือกำเนิดขึ้นในบ้านหลังนี้ ที่บรู๊คลินน์ นิวยอร์ค  คลอดโดยหมอตำแยและผดุงครรภ์ชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน  John Grado ร้องอุแว้ อุแว้ อุแว้กกก  ในขณะเวลาที่ลุง Joseph ก็ลงมือยิกยิก ผลิตหัวเข็มนั่นแล

         ปี 1955 ลุง Joseph ร้อนวิชาสุดขีด ลาออกจากบริษัท Marantz ทิ้งเงินเดือน ทิ้งโบนัส ทิ้งสวัสดิการ ทิ้งทุกอย่างก่อนที่เค้าจะไล่เตะเอา (5555 พูดเล่น)  เริ่มต้นลงมือเปิดบริษัททันที ชื่อว่า  Grado นั่นเอง  ส่วนสถานที่ก็ไม่ได้ไปเซ้งตึกแถว หรือดูทำเลว่าใกล้ห้างสรรพสินค้า หรือรถไฟฟ้าหรือเปล่า  ทำเลก็ไม่ได้ไปเอาที่ไหน  ก็เอาบ้านพ่อตัวเองนั่นแหละ !!!!  ประหยัดดี และไม่ต้องเปลืองค่าเช่า

หัวเข็มรุ่น Statement ราคาร่วมแสนของบริษัท Grado

         เปิดบริษัทในร้านขายผักและผลไม้ของพ่อซะเลย โดยเจียดแบ่งพื้นที่ข้างๆ ทำเป็นร้านขายหัวเข็มสำหรับเครื่องเล่นแผ่นเสียง  ซึ่งอยู่บรู๊คลินน์ ซึ่งก็คือที่ตั้งบริษัท Grado ในปัจจุบันนั่นเอง  กิจการเริ่มเจริญก้าวหน้ารุ่งเรือง  ทำอะไรออกมาก็ขายได้ ติดตลาด

          แล้ว John Grado ไปไหน ทำไมไม่เล่าซะที.............John Grado นั้นก็อาศัยในบ้านหลังเดียวกับลุงนั่นแหละ  อาศัยฝึกงานและหัดงาน  โดยมีค่าขนมให้กินตั้งแต่อายุ 12  John Grado นั้นเรียนวิชาไฟฟ้า และช่างกล จากเทคนิคมีนบุรี บางกะปิ  เอ๊ย ไม่ใช่..........555  John ก็คงเรียนแถวๆ บรู๊คลินน์นั้นแหละ  คงนั่งรถเมล์แค่ต่อเดียวและถึงโรงเรียนเลย 5555

เทิร์นเทเบิ้ลรุ่นเก่าของ Marantz ที่ลุง Joseph เคยใช้ และเคยทำงานด้วย

         John Grado ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่วันๆไปโรงเรียน แอบเอาเกมส์ไปเล่นที่โรงเรียนมั่ง อ่านการ์ตูนมั่ง  กัดจิ้งหรีดมั่ง พนันกัดปลากัดมั่ง  หนีเรียนไปแก้ผ้ากระโดดน้ำลงคลองมั่ง บางคนเลิกเรียนก็กลับบ้านล็อกห้อง รีบเปิด Camfrog มั่ง เว็บโป๊มั่ง.......55

          แต่ John Grado ไม่ !!!!!!!!!  John กลับจากโรงเรียนต้องวิ่งปรื๋อเข้าไปในห้องทำงาน ข้าวปลาไม่ยอมกิน กินแต่เบอร์เกอร์ไก่ของ KFC  John เข้าไปฝึกฝนงานตลอดเวลา  คอยช่วยหยิบจับเครื่องมือ และได้รับการฝึกปรือวิทยายุทธจากคุณลุง Joseph อย่างเต็มที่  หัดงานมั่ง แอบหลับมั่ง ตามเรื่องตามราว ตามประสาเด็ก  จนวิชาแก่กล้าเหนือกว่าเด็กในรุ่นเดียวกันทุกคน

          ธุรกิจในการทำหัวเข็มของลุง John Grado รุ่งเรืองสุดขีด ในปี 1963 สามารถทำหัวเข็มเข้าขายในตลาดเครื่องเสียงไฮเอนด์อย่างเต็มตัว  ขาย ขาย ขาย โดยวางตลาดหัวเข็มไว้ทุกระดับราคา ดักนักเลงเครื่องเสียงทุกระดับ ให้มาซื้อแต่ยี่ห้อ Grado กันทั้งเมือง  ประกอบกิจการจนมีคนงานมากกว่า 70 คน  เจ็ดสิบคน !!!!!!!!!!!   สำหรับผลิตหัวเข็มในตลาดไฮเอนด์-มิดเอนด์ ถือว่าใหญ่โตแบบโคตรๆ ในวงการ

หัวเข็มระดับไฮเอนด์ ที่ทำจากไม้มะฮอกกานีขุดเอาไส้ในออก

          ในช่วงปี 1988 ลุง Joseph ได้ออกแบบหูฟังต้นแบบ นามกระฉ่อนโลกในนาม Grado ซึ่งว่ากันว่าเป็นหูฟังระบบไดนามิค ที่ให้ความเที่ยงตรงสูง โดยเอาหลักการของลำโพงที่ใช้ฟังในบ้านแล้วประยุกต์ย่อส่วนให้มันมาแนบอยู่ข้างๆ หูซะ  ฉีกแนว แหกกฏ และปฏิวัติแนวทางของหูฟังเดิมๆ ที่บรรดาเจ้าเก่าทั้งหลายได้ทำไว้ก่อนหน้านั้น 

          ในขณะที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่ต้นยุคปี 1960 นั้น มีบุคคลที่ร่วมเป็นร่วมตายมากับลุง Joseph  ซึ่งไม่อาจจะละเว้นได้ก็คือ.........นายช่าง John Chapis ซึ่งว่ากันตามภาษาจีน เค้าเรียกกันว่า เถ้าชิ้ว หรือ นายช่างใหญ่นั่นเอง  ถ้าเป็นเมืองไทย ช่างระดับนี้ ก็ต้องระดับ นายช่าง เล็ก บุญมา  คือรู้มันทุกเรื่อง ตั้งแต่สตาร์ทรถ ยันไประบบจ่ายไฟ ช่วงล่าง ระบบเบรค เกียร์ เฟืองท้าย  ตกแต่งประดับยนต์  ลงไปถึงล้างรถนั่นแหละ 555  (รู้จักกันไม๊เล่า ช่างเล็ก บุญมา)

          นายช่าง John Chapis คนนี้มีบทบาทอย่างต่อเนื่อง เป็นทั้งที่ปรึกษาและประคับประคอง John Grado รวมถึงมีส่วนร่วมในการออกแบบและสร้างหูฟังมหัศจรรย์อย่าง Grado อย่างแท้จริง  ปัจจุบันคุณลุงอายุ 70 กว่าแล้ว และแน่นอน เค้าคงยินยอมพร้อมที่จะตายไปกับหน้าที่ของเค้า  มิใช่คำกล่าวที่เกินเลยไปที่จะบอกว่า หูฟัง Grado ในปัจจุบันนี้ ก็ยังคงอยู่ในความควบคุม ดูแล และทดสอบก่อนปล่อยออกสู่ท้องตลาดโดยลุง John Chapis คนนี้

นายช่างใหญ่ Joseph Chapis ปัจจุบันอายุ 70 กว่าปีแล้ว

           และแล้ว ความหายนะก็มาถึงกิจการของ Grado  ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 หลังจากที่ธุรกิจแผ่นเสียงเริ่มอิ่มตัวสุดขีด  มีการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่อย่างเทปคาสเซ็ตท์ และ แผ่นซีดีเกิดขึ้นในโลก.........คุณลุง Joseph ถึงกับครางหงิงๆ .......โธ่ ฟ้าส่งบริษัท Grado ให้มาเกิด  ไยถึงมาส่งเทปคาสเซทต์ให้มาเกิดด้วยเล่า...... เทปคาสเซ็ทต์เริ่มแพร่หลาย กระแสวัฒนธรรมใหม่เริ่มเชี่ยวกราก ตอกย้ำด้วยการมาแบบเต็มตัวของ ซีดีเพลย์เยอร์ !!!!!!!!

            มันทำให้กิจการของ Grado ซึ่งทำเป็นแต่หัวเข็ม โทนอาร์ม และเฮดโฟนมาหลายทศวรรต ต้องถึงรับร้องโอ๊ก.........กระอักออกมาเป็นเลือด  ต้องบาดเจ็บแทบล้มตาย จวนเจียนต้องเรียกใช้บริการของปอเต็กตึ๊ง และ ร่วมกตัญญูไปตั้งหลายๆ ครั้ง 5555

มิติที่มองจากด้านข้างของหูฟังรุ่น SR-80

            คุณลุง Joseph เริ่มมึนและเริ่มไม่มีปัญญาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ไอ้ของที่เคยขายได้คล่องๆ ก็กลายเป็นขายไม่คล่อง   บัญชงบัญชี ฉิบหายวายวอดหมด เงินที่มีเก็บไว้ก็เริ่มร่อยหลอ  จนวาระสุดท้าย ทั้งบริษัท Grado ก็เหลือพนักงานประจำแค่คนเดียว ซึ่งก็คือ ลุง John Chapis นั่นเอง !!!  ในยุคที่ตกต่ำสุดขีด บริษัท Grado เหลือพนักงานเล่าเหลาแค่คนเดียว และ พนักงานพาร์ทไทม์อีกแค่ 3 คน

            บริษัทตกต่ำจนขีดสุด  จนวันนึงลุง Joseph ตีกลองเคาะระฆังเรียกประชุมด่วน เป็นการประชุมแค่คน 3 คนเท่านั้น Joseph Grado, John Grado และ John Chapis  คุณลุง Joseph บอกว่า.......ลุงทำต่อไม่ไหวแล้ว  ทุกวันนี้ลุงแทบจะกินข้าวคลุกน้ำปลา 3 มื้อ  หากขืนลุงยังคงทำกิจการนี้ต่อไป  อีกหน่อย ลุงอาจจะต้องกินข้าวเปล่าๆ โดยไม่มีน้ำปลาเลยซักขวดก็ได้ 5555

หูฟังจาก Grado รุ่น HF-1 ที่ออกจำหน่ายให้เฉพาะสมาชิกบอร์ด Head-Fi

            ทุกคนปล่อยโฮ...........ตายแล้ว นี่เราต้องเจ๊งจริงๆ แล้วหรือ  คุณลุง Joseph ประกาศขอเลิกกิจการ และจะขอไปทำงานอดิเรกที่ตัวเองรักคืองานแสดงดนตรี ร้องและเล่นดนตรีคลาสสิคตามฮอลล์ต่างๆ แทน  ทุกคนเริ่มจำนนต่อภาวะการณ์ และเริ่มซึมเศร้าต่อการประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการของลุง Joseph

           ทันใดนั้น Johd Grado ก็ลุกขึ้นยืนพรวดพราด  แหงนหน้ามองไปที่ท้องฟ้า ชูกำปั้นขวาของตัวเองขึ้น ทำท่าเลียนแบบคล้ายๆ ใบปิดโฆษณาหนังเรื่อง Rocky แล้วตะโกนสุดเสียงว่า

"สู้โว้ย"

--------------------

 

ภาคที่ 2

สู้ สู่ความเป็นหนึ่ง

            JoHn Grado หลังจากตะโกนจนสุดเสียง จนคอหอยแหบแห้ง ร้องหายาอมสเตร๊ปซิลจนวุ่นวายไปทั้งร้าน  John ก็คุยเจรจาหาหนทางปรึกษากับลุง Joseph  โดยลุง Joseph ได้ร้องบอกว่า "ตามใจเอ็ง ถ้าไม่กลัวเจ๊ง ก็ลองดู  ถึงอย่างไรลุงจะช่วยเอ็งอยู่ดี "  พลันทันใด John Grado รู้สึกซาบซึ้งจนหยาดน้ำตาไหลเอ่อลงมาคลอเบ้าตาทั้ง 2 ข้าง  กล่าวออกมาทั้งๆ ที่น้ำตานองอาบสองแก้ม  สายลมแย้มพัดผ่านมา  นาฬิกาบอกเวลา  ดังเตือนว่าเลยเวลานอน (เอ๊ะ ทำไมมันคล้ายๆ เพลงของคาราบาวหว่า 5555)

        " พระเจ้าทรงประทานให้ผมมีหูยินเสียงที่เป็นเลิศ

          และผมก็มีลุงที่ประเสริฐ คอยสอนวิธีฟังให้กับผม"

              John Grado ตบท้ายลูกยอสำบัดสำนวน คล้องจองยังกับกลอนสักวา  ทำให้ลุง Joseph ยิ้มแก้มแทบระเบิด  รู้สึกคึกคักยิ่งกว่ากินลิโพผสมกระทิงแดงเสียอีก  คุณลุง Joseph ถึงกับร้องตะโกนจนคอหอยโป่งไปอีกคนว่า " สู้ สู้ เว้ย ลุงจะร่วมสู้กับเอ็งจนชีวิตจะหาไม่ หรือจนกว่าลุงจะขี้เกียจไปเอง" 5555

              ตกลงว่า ในเย็นวันนั้น ในโต๊ะประชุมที่มีคน 3 คน 3 พระกาฬก็ตกลงยินยอมและเห็นพ้องต้องการว่า นับแต่นี้ไป ให้ John Grado ขึ้นกุมบังเหียน และทิศทางของบริษัท Grado สืบต่อไป  หากมีความผิดพลาดแต่อย่างใด  ก็ขอให้เจ้าหนี้ทั้งหลาย จงนำเจ้า John Grado ไปกุดหัวเอาเองก็แล้วกัน  หรือถ้าเช็คเด้ง หรือลูกแชร์หนีไป ก็ขอให้ John เป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ขาตั้งวางหูฟัง ทำเข้าชุดกันกับ Grado RS-1 จากเว็บ Headphile.com

              John เริ่มต้นใหม่ในเช้าวันใหม่  John เริ่มต้นตัดงบเงินเดือนของตัวเองเป็นคนแรก ตัดจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ  John Grado เริ่มต้นประหยัดด้วยการรัดเข็มขัดทุกด้าน  รวมไปถึงแม้กระทั่งการปิดหลอดไฟ  John ปิดหมดทั้งบ้าน จนบ้านทั้งหลังมืดตึ๊ดตื๋อ  John ยังปิดไฟทุกดวง ไม่เว้นแม้กระทั่งห้องน้ำหรือห้องสุขา  บ่อยครั้งที่ John ทำสบู่หลุดมือตกลงกับพื้นห้องน้ำ  จนต้องก้มลงเอามือควานหากับพื้น  และบ่อยครั้งที่ John คลำพลาด ด้วยการคลำลงไปหาสบู่ในคอห่าน (แหวะ หลายคนอ่านแล้วร้องสะอิดสะเอียน) 555

              John ยังบอกนั่นไม่พอ เราต้องประหยัดกันต่อ เพื่อให้เหลือทุนรอนเอาไปลงทุนในการผลิตต่อไป John ปิดแม้กระทั่ง Heater (เครื่องทำความร้อน) เขาต้องทนหนาวเหน็บด้วยการคลุมโปงด้วยฟ้าห่มหนาๆ คลุมโปงไปนั่งทำงานไป  หลายครั้งที่นายช่าง John Chapis ต้องตกใจแทบสิ้นสติเหมือนโดนผีหลอก เมื่อพบ John ในห้องมืดๆ แล้วคลุมโปงด้วยผ้าสีขาวๆ

Grado SR-225 รุ่นที่ยืนอยู่กึ่งกลางของระดับราคา

               John ยังประหยัดต่อ ด้วยการเลิกดื่มบรั่นดี หรือคอนยัค ราคาแพง แต่เปลี่ยนมาสั่งเหล้าขาวบางยี่ขัน 40 ดีกรีจากประเทศไทยแทน  John บอกว่าราคาถูกกว่าแต่เมาเท่ากันหรือบางทีอาจจะเมามากกว่าด้วยซ้ำ  แต่ John ก็เป็นพลเมืองดี เพราะถ้าวันไหน John ดื่มเหล้าขาว  John จะไม่จับพวงมาลัยโดยเด็ดขาด ไม่เหมือนพลเมืองดีในเมืองไทย ที่ขับทุกครั้งที่ดื่มหรือที่ไม่ดื่ม !!!!!

Alessandro MS-2 หูฟังรุ่นที่สร้างชื่ออีกรุ่นหนึ่งของ Grado

                ในเวลาไล่เรี่ยกันนั้น  John Grado เริ่มพบรักจากการแนะนำของพ่อสื่อตัวแสบนามว่า George Alessandro นั่นเอง (บักจอร์ดที่เรารู้จักกันดี) George เป็นคนแนะนำ John ให้รู้จักกับ Loretta ซึ่งต่อมาได้หลงคารม John และแต่งงานกับ John ในที่สุด  ยังก่อน !!!!!!!!!!   ผมจะตัดบทบาทของ George ออกไปก่อน และจะมาย้อนเล่ากันในภายหลัง

                John มุ่งมั่นและเหมือนผีมาดลใจเขา John มองเห็นว่าหูฟังที่คุณลุง Joseph ที่เคยออกแบบไว้และทำการตลาดมาก่อน น่าจะเอามาทำการตลาดใหม่  John เริ่มผลิตงานเดิมที่คุณลุงเคยออกแบบไว้  แล้วนำออกจำหน่าย  แต่ปรากฏว่า ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี แต่เป็นการต้อนรับจากผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ ?????????

หูฟังระดับแพงระยับ รุ่น HP-1000 ที่ออกแบบโดยลุง Joseph

                หูฟังที่ลุง Joseph ได้ออกแบบไว้นั้น มันเป็นหูฟังที่ราคาอยู่ช่วง 20000-30000 บาท ซึ่งช่วงราคาดังกล่าว คงจะมีคนรวยไม่กี่คนที่มีปัญญาจะซื้อหามาฟัง ส่วนคนจนเดินดินกินข้าวแกง ซื้อแกงถุง น้ำพริกปลาทูตัวละ 25 บาท คงจะหมดสิทธิ์ใช้ และอีกประการหนึ่งที่ John เริ่มเห็นว่าแนวเสียงของ Grado โดยลุง Joseph นั้น มันเที่ยงตรง ขาดสีสัน และขาดความเพลิดเพลินในการเสพดนตรี !!!!

ภาพด้านหน้าของหูฟังรุ่นพิเศษที่ทำออกจำหน่ายในเยอรมัน

                John ได้เอาความในใจไปปรึกษากับคุณลุง Joseph แต่ปรากฏว่าลุง Joseph ไม่ค่อยจะเห็นด้วย แต่เพราะความที่สภาพของกิจการใกล้จะเจ๊ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามือถือก็โดนทวงวายวอดไปหมด  ก็เลยได้แต่ทำใจรับสภาพ และรับปากกับ John ว่าจะสนับสนุนเต็มที่  แม้ว่าจะฝืนใจตัวเองสิ้นดี (Joseph เป็นคนที่หัวสูง รสนิยมสูง ชอบทำสินค้าราคาแพงลิบลิ่ว)

                John เริ่มสู้ก้าวต่อไปด้วยการเรียกนายช่าง John Chapis เข้าพบ และร่วมประชุมกัน 2 คน 2 คม เริ่มต้นใหม่  John บอกว่าในพิกัดราคาต่ำๆ นั้น จะหาหูฟังยี่ห้อไหนที่เสียงดีๆ ยากมาก  อย่ากระนั้นเลย  เรามาร่วมมือกันทำหูฟังราคาถูกๆ เริ่มต้นที่ 2พันปลายๆ ก่อนเป็นไร  นายช่าง Chapis นึกในใจ มึงจะเอายังไงก็เอา กูแก่แล้ว ยังไงก็ได้ 555

John Grado กับ John Chapis ขณะกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการทดสอบชิ้นงาน

                John Chapis เริ่มลงมือผลิตเครื่องมือสำหรับทำหูฟังชุดใหม่ เขากับ John เก็บตัวกันกว่า 6 เดือน แทบไม่ได้มองเห็นแสงเดือนแสงตะวัน  ไม่ว่าจะเป็นผับ คาราโอเกะ หรือนวดแผนโบราณ ทั้งคู่ก็ไม่เคยโผล่หัวไป  ทั้งสองทุ่มเทอย่างหนักหน่วง  พยายามจะหาคอนเซปท์และรูปแบบที่เจ๋งแจ๋วให้กับหูฟัง Grado ให้จงได้  จนในที่สุดเค้าก็คิดออกว่า หูฟังใหม่ที่เค้าจะออกแบบนี้ จะต้องให้เสียงในรูปแบบที่เรียกว่า

House Sound !!!!!

(เสียงที่ให้ความรู้สึกเหมือนฟังในบ้าน)

                  John Grado นั้นในวัยหนุ่มก็เป็นผู้หนึ่งที่หลงใหลในดนตรีร็อค  ไม่ว่าจะเป็น The Beatles, The Who, The Rolling Stone หรือ Jefferson Airplane หรือแม้กระทั่ง The Doors หรือ Jimi Hendrix ที่ล่วงลับ John ก็ชื่นชอบ

                 John นั้นจัดได้ว่าเป็นผู้ฟังดนตรีร็อค ไม่เว้นแม้กระทั่ง Heavy Metal ในปัจจุบัน John ก็แอบขโมยของลูกชายมาฟังบ่อยๆ John หลงใหลในดนตรีร็อค และเริ่มต้นจูนเสียงหูฟังสำหรับชนชั้นทั่วๆไปที่รักในเสียงเพลง ให้ได้มีโอกาสใช้หูฟังในราคาที่ไม่สูง และที่สำคัญ it's ROCK !!!!!!  ใครจะเชื่อไหมว่า John ในยามว่าง  เค้าไม่ได้นั่งละเลียดเปิดแผ่นลองเพลย์หรือแผ่นซีดีหรอก  แต่ John นั้นชื่นชอบในการฟังวิทยุ ฟังดีเจแหกปากพูด  และอาจจะฟังละครวิทยุ คณะเกศทิพย์แบบที่สมัยคุณพ่อของเราชอบฟังเช่นกัน

SR-60 หูระดับ Budget ที่ประสพความสำเร็จสูงสุด

                 ในปี 1992 John ก็ออกหูฟังระดับ Budget ออกมา ทุกคนหันมาสนใจ ทุกคนหันมาต้อนรับ  ใครๆ ก็มีสิทธิ์ใช้หูฟังของ John Grado ได้ จะยากดีมีจน ทุกคนก็มีปัญญาซื้อหูฟัง Grado ได้  ทหาร รถไฟ เรือเมล์ ยี่เก ตำรวจ ต่างก็ซื้อหา Grado   อัครอภิมหาเศรษฐีก็ยังต้องแอบมาซื้อ Grado แม้กระทั่งยาจกเข็ญใจก็ยังสามารถเจียดเงินมาซื้อหูฟัง Grado

        " ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ Grado ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน "

       " เราทำมันทุกอย่าง ทุกขั้นตอน และเราก็ฟังมันทุกตัว"

                 หูฟัง Grado เริ่มติดตลาด เริ่มทำยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นเรื่อยๆ จนฐานะของ John Grado เริ่มดีขึ้น  ทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี  กิจการเติบโตขึ้น  แต่ John กลับยืนยันว่า โรงงานน่าจะตั้งอยู่ตรงนี้ต่อไป ส่วนจะต่อเติมออกไปก็ไม่เป็นไร แอบๆ หน่อย อย่าให้ทางเทศกิจมาตรวจก็แล้วกัน  555

หูฟัง SR-125 กับ SR-225 สังเกตุได้ว่าแจ็คจะเป็นขนาด 6.3 มม.

                John กับ Loletta นั้นยังคงนอนอยู่ชั้นบน ในขณะที่ชั้นล่างยังเป็นที่ทำงาน  ทุกๆ วัน John ต้องให้พนักงานทำโอที  แล้ว John ก็จะลงมือทำอยู่ข้างๆ  มิใช่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง  แต่ว่ากลัวลูกน้องจะอู้งานนั่นเอง 5555

                แม้กระทั่งทุกวันนี้ John ก็ยังลงมือปิดสติ๊กเกอร์เอง นั่งแพ็คของลงลังเอง  ขับรถโตโยต้าวีโก้ไปส่งของเอง  ทั้งนี้ไม่ใช่อะไร ไม่ใช่ว่า John ทุ่มเทอะไรนักหนา แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากความขี้เหนียวไม่ยอมจ้างพนักงานมากว่า..........5555

                ทุกวันนี้ John มีพนักงานเป็นผู้หญิง 17 คน !!!!  แม่เจ้าโวย  ทำไม John ถึงจ้างแต่พนักงานผู้หญิงล้วนๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปริศนาให้ชวนสงสัยยิ่งนัก มันเป็นปริศนายิ่งกว่าสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเสียอีก  John Grado ยังคงผลิตงานของเค้าภายในบ้านหลังนั้นนั่นแหละ  โดยไม่มีความคิดความอ่านซักนิดเดียวว่า ต้องขยายโรงงาน หรือ ย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศจีนเฉกเช่นหูฟังอื่นๆ  John บอกว่า  ทำแค่นี้ก็ขี้แตกแล้ว แทบจะไม่ได้เห็นหน้าลูกเมีย  ผมไม่ต้องการทำมากกว่านี้แล้วล่ะ

เฮดแบนด์ของ Grado RS-1 สังเกตุได้ว่าจะทำจากหนังแท้เย็บเข้ารูป

                John บอกกับเราว่า  "ท่านทั้งหลายลองคิดดู  บางคืนผมนอนตืนตี 4 และไม่สามารถจะข่มตาหลับต่อได้  ผมก็ยังสามารถนุ่งกางเกงลิงตัวเดียวเพื่อลงมาออฟฟิตชั้นล่าง  โทรคุยเล่นกับร้านมั่นคง Gadget ยี่ปั๊วของผมในเมืองไทยได้สบายๆ (ความจริง เป็น Distributor ในยุโรป ไม่ใช่ร้านมั่นคง 5555)  และถ้าผมต้องแยกบ้าน กับ โรงงานออกจากกัน  ผมจะทำหยั่งนั้นได้เรอะ"........(เออ จริงว่ะ)

"ผมต้องการให้ยี่ปั๊วของผมทุกคน  ประทับใจในน้ำเสียงหูฟังของผม

ไม่ใช่ประทับใจในโรงงานที่กว้างขวางใหญ่โต ทันสมัยอลังการ"

John Grado กับการแถลงข่าวเปิดตัวหูฟังรุ่น RS-1

                John กล่าวคำคำนี้ ในงานเทกระจาดของ โรงเจหงี่ซัวตึ๊งแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี  แว๊ก........ไม่ใช่  55555    John กล่าวในงานประกวดและมอบรางวัลของสถาบันเครื่องเสียงแห่งหนึ่งอเมริกา   ทุกสิ่งที่ John ทำดำเนินลุล่วงไปตามเป้าหมายทั้งสิ้น ไม่มีอะไรที่ผิดไปจากความตั้งใจของ John  หูฟังทุกตัวของ John เป็นที่รู้จักในหมู่ชนทุกชั้น

Grado RS-2 ให้ความสุนทรีย์ทางเสียงอีกรุ่นหนึ่งจาก Grado

                หลังจากประสบความสำเร็จในหูฟังระดับ Budget   John ก็ดำริที่จะทำหูฟังระดับไฮเอนด์  โดยที่ต้องให้เสียงที่มีตัวตน ให้ความสัมผัสได้ถึงความเป็นธรรมชาติ  John ปรึกษากับ  Chapis และบอกกับ Chapis ว่า  เราจะทำหูฟังที่ทำจากไม้กันเถอะ.........John พูดคนเดียว  ส่วน Chapis ก็พยักหน้าอย่างเดียวเช่นกัน (จะกล้าเถียงได้ไง John Grado เป็นเถ้าแก่นี่หว่า)

Grado GS-1000 และ Grado RS-1 ทั้งคู่ใช้ Housing ที่ทำจากไม้มะฮอกกะนี

               John เริ่มต้นหาไม้ที่จะมาทำหูฟังรุ่นใหม่ของเค้า  แรกๆ John ยังขาดความรู้ในเรื่องไม้  John ก็ไปหาได้ไม้ตะขบบ้าง ไม้มะขามบ้าง  ยิ่งหา John ก็ยิ่งหลงทาง  ครั้งหนึ่ง John ถึงกับไปเอาไม้ตะเคียนที่ตกน้ำมันมาใช้  Chapis ถึงกับตาเหลือก ด้วยกลัวความเฮี้ยนของนางตะเคียน  และรีบละล่ำละลักบอก John ว่า เชื่อลุงเหอะ  อย่าใช้เลย ไม้แบบนี้เค้าไม่นิยมกัน ที่เมืองไทยเค้าเอาไว้ให้ชาวบ้านมาขูดขอหวยกันนะ 555

Amp รุ่น RA-1 ที่ทำจากไม้ขุดทั้งชิ้น

               John เชื่อ และล้มเลิกโครงการหูฟังไม้ตะเคียน  และแล้ว John ก็เปลี่ยนมาใช้ไม้โอ๊คแทน แต่ปรากฏว่าการหดตัวของไม้ และการคงรูปยังไม่สู้ดีนัก  ในที่สุด John ก็เลือกไม้มะฮอกกะนี  และ John ก็เริ่มต้นลงมือทดลอง ทดสอบ  นั่งคว้านไม้จนมีดบาดมือแหกมะล่อกมะแล่กไปหมด  ในที่สุด John ก็สามารถแหกกฏทุกกฏของโลกหูฟัง  ด้วยการทำหูฟังไม้ที่ให้เสียงประดุจพิณที่บรรเลงโดยนางฟ้านางสวรรค์ (อ้วก.........เวอร์ชัดๆ)

กล่องบรรจุของ Grado RS-1 เป็นแค่กล่องธรรมดาที่ข้างในมีของไม่ธรรมดา

               แล้ววันหนึ่ง George Alessandro ของเราก็ปรากฏตัว  บักจอร์ดที่คนไทยรู้จักกันดี คนนี้แหละที่เป็นพ่อสื่อหาภรรยาให้กับ John Grado  ทั้งสองเป็นเพื่อนรักต่างวัย  George คืออดีตนักดนตรี เล่นดนตรีตามผับ  ด้วยความที่เล่นดนตรีสุนัขไม่ยอมฟัง  ทำให้ผันตัวเองมาทำอาชีพเกี่ยวกับอุปกรณ์ขยายเสียงของกีตาร์ หรือแอมป์กีตาร์นั่นเอง  

George Alessandro เพือนรักของ John Grado เจ้าของ Hound Dog Corp.

               George กับ John เป็นคู่หูกัน  ไปแทงสนุ๊คด้วยกัน ร้องคาราโอเกะด้วยกัน  แม้กระทั่งนวดแผนโบราณก็ยังไปนวดด้วยกัน  บางทีดึกๆดื่นๆ George ก็ยังชวน John ไปกินซาลาเปาที่ เซเว่น-อีเลเว่น บ่อยๆ 

Alessandro MS-1 เป็นหูฟังที่เลื่องชื่ออีกรุ่นหนึ่งที่ถือกันว่าเป็นตัวที่ Sweet ที่สุด !!!

               แต่ทั้งหมดที่เล่ามา John ไม่ยอมควักสตางค์เลยซักครั้ง  ด้วยความที่สำนึกในบุญคุณที่ George เลี้ยงซาลาเปาบ่อยๆ  John ได้สะกิด George เข้ามานั่งคุยกันได้ความดังนี้

               "George มึงอยากจะรวยไม๊ " John เปรยขึ้นก่อน พร้อมกับหรี่ตาขวา และใช้มือซ้ายลูบหนวด 

               " โธ่ เฮีย John อยากซิครับ พักนี้อาชีพทำแอมป์ฝืดเคืองจริงๆ ครับเฮีย " บักจอร์ดเริ่มโอดครวญกับ John

               " เอางี้ละกัน เดี๋ยวกูจะยกหูฟังให้มึงออกแบบเสียงซัก 3 รุ่น แล้วทำให้ดีๆ ล่ะจอร์ด" John กล่าวด้วยใจจริงที่รักเพื่อน

               จอร์ดรีบกระโดดงับทันที "ขอบคุณครับเฮีย John"

               John หลังจากพูดเสร็จก็ล้วงเข้าไปในคอเสื้อ แล้วถอดสร้อยคอเส้นเบ้อเริ่ม คล้องด้วยพระจตุคามองค์ใหญ่ฮึ่มขนาด 9 ซม. แล้วยกให้ George ทันที

              " กูให้มึงรวย.........George เอ๋ย มึงจงเอาจตุคามรุ่น โคตรมหาเศรษฐีของกูไปบูชา"

Alessandro MS-Pro หูฟังระดับ High-End อีกตัวที่โด่งดังเรื่องความเที่ยงตรง

               ตั้งแต่บัดนั้นมา George ก็จนลง จนลง จนลงทุกวัน.....เอ๊ย ไม่ใช่ ขายดิบขายดี ทุกวัน  คนที่ซื้อก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนไทยทั้งนั้นแหละที่ซื้อของกับ George โดยผ่านยี่ปั๊วอย่างนายมั่นคง  คนที่ซื้อก็เป็นคนที่อ่านจากเว็บมั่นคง  โดนหลอกมั่ง  เชื่อตัวเองมั่ง เต็มใจให้หลอกมั่ง  5555

Alessandro MS-2i หูฟังระดับกลางที่ร็อคได้สนุกจาก Alessandro

              Alessandro by Grdo Labs ก็ได้กลายเป็น Line การผลิตอีก Line ของ Grado Labs ซึ่งยังคงเป็นการสนับสนุนและผลิตจากโรงงานของ John Grado ทุกขั้นตอน  อาจจะเรียกได้ว่า John Grado ยังคงลงมือห่อเอง บรรจุเอง เปิดบิลเอง เบ็ดเสร็จเหมือนเดิม 5555

Jonathan (ซ้ายมือ) John (กลาง) Four (ขวา)

              John Grado นำพาบริษัท Grado ฟันฝ่าวิกฤตมาจนปัจจุบัน  John กับ Loletta และลูกชายทั้ง 2 คน Jonathan กับ Four ก็ยังคงพักอยู่ที่บรู๊คลินน์  ที่ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงงานผลิตหูฟัง ที่ซึ่งเคยเป็นร้านขายผลไม้ของบรรพบุรุษ  John บอกว่า บริษัท Grado ฝ่าฟันผ่านเวลามากว่า 50 ปีแล้ว  ตอนนี้เค้ามีความมั่นใจว่า บุตรชายของเค้าทั้งสอง ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ คงจะนำพา Grado ไปต่อจากนี้ได้อีกไม่ต่ำกว่า 50 ปี  ซึ่งก็คือ 100 ปี ตามปณิธานของ John Grado นั่นเอง

----------------------

ภาคที่ 3

ภัณฑ์วิพากษ์

(Reviews)

อ่านต่อตรงนี้

http://www.munkonggadget.com/article.php?id=16449&lang=th

 

ความคิดเห็นที่ 0
มาเจิมครับ
แอบหล่อ email
(10/04/2550 18:38:50) IP. 58.8.139.xxx
ความคิดเห็นที่ 1
สุดยอดไปเลยครับ เฮีย
Aloha email
(10/04/2550 19:19:44) IP. 125.25.161.xxx
ความคิดเห็นที่ 2
ขยันจริงๆนะครับเฮีย ^ ^
กะริโตะคุง email
(10/04/2550 19:46:55) IP. 203.146.63.xxx
ความคิดเห็นที่ 3
ฮาท้องแข็งเลนครับเฮีย กร๊ากกกก ได้รู้จักเจ้าGRADO มากขึ้นมาติ๊ดนึงครับอิอิ
delivery69 email
(11/04/2550 17:07:06) IP. 124.121.127.xx
ความคิดเห็นที่ 4
สุดยอดครับเฮีย อ่านไปหัวเราะเห็นภาพเหมืนได้ดูหนังไตรภาคเลย
satchmo email
(11/04/2550 17:31:53) IP. 58.8.125.xx
ความคิดเห็นที่ 5
เฮียคร้าบ รูปที่เฮียบรรยายว่า "เทิร์นเทเบิ้ลรุ่นเก่าของ Marantz ที่ลุง Joseph เคยใช้ และเคยทำงานด้วย" ในรูปมันเป็นเทิร์นฯ ยี่ห้อ กาเจี้ยว เอ้ย "การาร์ด" นาค้าบ
iMan email
(25/04/2550 15:04:48) IP. 125.24.219.xx
ความคิดเห็นที่ 6
maker's
http://what-i-do-what-you-do-lyrics.countynewsonline.info/1.html





doussy email
(13/05/2550 21:08:37) IP. 66.175.212.xx
ความคิดเห็นที่ 7
name meaning
http://play-station-cheats.countynewsonline.info/0.html





doussy email
(14/05/2550 22:29:58) IP. 66.175.212.xxx
ความคิดเห็นที่ 8
70s show that
http://be-on-call.countynewsonline.info/1.html





doussy email
(14/05/2550 23:39:01) IP. 66.175.212.xxx
ความคิดเห็นที่ 9
ขาจตุคามสุดๆ
blind email
(10/06/2550 08:15:08) IP. 58.64.122.xx
ความคิดเห็นที่ 10
มีเวลาผมจะหารายละเอียดเกี่ยวกับหูฟังที่นี่ประจำ อยู่เฃียงใหม่ไม่ค่อยมีเวลาไปเมืองฟ้าอมร แต่อยากได้หูฟังดีๆสักตัว(ดีๆ)ราคาไม่เกิน5000 แบบครบรส ใสสอาด กระจ่างกลาง ต่ำลึก กว้างเอมากไปหรือเปล่าครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับที่นี่ไม่มีร้านใหลองฟัง เลยฃาดสัมผัสยากจะจินตนาการเปรียบเทียบ ขอบคุณครับ
ตี๋น้อย email
(14/10/2550 11:41:16) IP. 124.157.204.xxx
ความคิดเห็นที่ 11
กร๊ากก ฮาขี้แตก อ่านไป เพื่อนมองมันอ่านซ้อเจ็ดหรือไงวะ ขำอยุ่นั่น
N-gage email
(21/11/2550 12:41:22) IP. 192.168.7.xxxxxxx
Total: 27:               
 
   1 2 3         Go to: Go




เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 
© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.