มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟังเกมมิ่ง AUDEZE MOBIUS ดีทั้งเล่น ดีทั้งฟังเพลง

 
 


 
สวัสดีครับทุกท่านเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอสินค้าดีๆให้ทุกท่านได้รู้จักกันครับ และสินค้าที่ผมจะมานำเสนอในครั้งนี้เป็นหูฟัง Gaming Headset อีกเช่นเคยครับ แต่เป็นหูฟัง Gaming Headset จากค่ายที่ถ้าใครเป็นเกมเมอร์อาจจะไม่คุ้นกันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครที่เล่นหูฟังอยู่แล้ว หรือติดตามข่าวสารมาบ้างอาจจะคุ้นเคยกับแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดีกับ Audeze ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอกครับ Audeze แบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังจากอเมริกาที่มีความโดดเด่นอย่างมากในการนำ Planar Magnetic มาเป็น Driver ซึ่งจุดเด่นของ Planar Magnetic ก็คือการให้มิติ และอิมเมจของเสียงที่สมจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ถ้าใครได้มีโอกาสได้ลองฟังหูฟัง Planar Magnetic ก็จะรู้สึกว่ามันช่างสมจริงเหลือเกิน แต่นั่นไม่ใช่พระเอกในบทความนี้ของเราครับ พระเอกของบทความนี้จะมีชื่อว่า “Audeze Mobius”
 
 
 
 
หลายคนอาจสงสัย และมีคำถามในใจไม่มากก็น้อยว่า “Audeze Mobius” ตัวนี้นั้นจะมีศักยาภาพสักแค่ไหน สามารถทำอะไรได้บ้าง และการที่ Audeze เข้ามาทำตลาดหูฟัง Gaming จะออกมาในรูปแบบใด และเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเรามาเริ่มทำความรู้จัก “Audeze Mobius” กันเลยดีกว่าครับ

 

 

 

 

“Audeze Mobius” เป็นหูฟังที่ถูกออกแบบมาอย่างดีทั้งดีไซน์ วัสดุที่นำมาใช้ และรูปแบบการใช้งานที่สามารถใช้งานได้กับทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น PC, Laptop, Portable game console หรือแม้แต่มือถือก็สามารถเล่นได้ครับ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงตรงนั้นเรามาลองดูสเป็คคร่าวๆของ “Audeze Mobius” กันก่อนครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง
 
 
 
 
ประเภท : Over-ear closed-back
ชนิด Transducer : Planar Transducer
แผ่น Diaphragm : Ultra Thin Uniforce
ขนาดของ Transducer : 100 mm.
DSP : Audeze Cipher DSP
Amplifier : Built-in balanced amplifier
คลื่นความถี่ที่รองรับ : 10Hz  - 50 kHz
Earpads : Contoured memory foam artificial leather
Microphone : Detachable with separate Volume control
Battery type : Lithium-Polymer
Wireless connection : Bluetooth (SBC, AAC, LDAC)
Wired connection : USB-C, USB-A, 3.5mm Analog audio
Weight : 350 g

 

 

 
 
Feature เด่นๆ ถ้าหากคุณได้ใช้ Mobius ตัวนี้

 
 
- Planar Magnetic ที่นำมาใช้เป็นเกรดระดับ Audiophile-grade  Cinematic Sound
- Full 3D Emulation รองรับทั้งระบบเสียงแบบ 7.1, 5.1, 5.0, 2.1, 2.0 (เดี๋ยวส่วนนี้ผมจะขอไปขยายในหัวข้อถัดไปนะครับ)
- ตัวหูฟังจะมี Tracking ที่คอยจับการเคลื่อนไหวของศรีษะ เพื่อการจำลองมิติที่สมจริง มีการคำนวนและปรับตั้งค่า 1000 ครั้ง ใน 1 วินาที
 
 

 

 

 
- สามารถตั้งจุดกึ่งกลางสำหรับมิติเสียงได้ (ตรงนี้จะเป็นในส่วนของฟังก์ชั่น Full 3D Emulation)
- Mobius ใช้ Wave Nx Technology ในการคำนวน และจำลองมิติที่เป็นสามมิติ แบบ Real time
- สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบมีสาย และไร้สาย Full 3D Emulation
 
 
 
 

 

 

 
ถ้าเราดูจากสเป็ค และฟีเจอร์ในข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเลยก็คือ “Full 3D Emulation” ซึ่งความหมายของมันก็ตามตัวเลยครับ คือการจำลองเสียงให้เป็นแบบ 3 มิติ ซึ่งเจ้าการจำลองเสียงนี้จะเป็นการสร้างมิติล้อมรอบศรีษะของเราแบบ 360 องศา ตรงนี้มันจะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าเราไปอยู่ในเกมจริงๆ เราจะสามารถได้ยินเสียงมาจากทุกทิศทางรอบๆตัวละคร ไม่เว้นแม้แต่เสียงของตัวละครของเราที่ไปกระทบกับกำแพง เหยียบเศษไม้ วิ่งผ่านพุ่มไม้ รวมไปถึงเดินไปเตะฝาถังขยะ เราจะได้ยินทุกเสียงผ่านหูฟังตัวนี้ครับ ซึ่งระยะการได้ยิน หรือการระบุตำแหน่งผมบอกเลยว่า แม่นยำมากๆ ทั้งใกล้ และไกล และโดยส่วนตัวแล้วที่ผมชอบเป็นอย่างมากจากระบบ Full 3D Emulation ก็คือการที่มันให้น้ำหนักเสียงได้อย่างดีเยี่ยม
 
 
 
 

 

 

 
ครั้งแรกที่ผมได้อ่านสเป็คจากทางเว็บไซต์หลักของทางแบรนด์เอง ผมก็สงสัยว่า “มันจะสามารถทำได้จริงไหม หรือ ถ้าทำได้จริงความสามารถของมันจะขนาดไหน” เพราะถ้าหากใครที่ติดตามวงการเกม หรือ อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์มาบ้างเราจะเห็นได้จากหลายค่ายในปัจจุบันที่เริ่มมีการดึงระบบเสียงแบบ 7.1 Surround มาใช้กับหูฟังในหลายๆรุ่น และก็เริ่มใช้ DAC ในการช่วยให้มิติเสียงของมันสมจริงมากขึ้นมากกว่าที่จะใช้แค่การ Tune Up ตัวหูฟัง หรือดีไซน์ Housing อย่างเดียวแล้ว ซึ่งจากตรงนี้เราก็จะเห็นว่าไม่ใช่ทุกค่ายที่สามารถทำระบบเสียงได้อย่างสมบูรณ์ หรือใช้งานได้จริง จากโดยส่วนตัวแล้วผมใช้มาก็ค่อนข้างหลายค่าย
 
 
 
 

แต่มีไม่กี่ค่ายที่ผมรู้สึกว่ามันใช้ได้จริง ด้วยข้อจำกัดการดีไซน์ หรือ Software ที่ใช้ร่วมกับหูฟังก็ดี เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่ผมจะลองใช้ระบบ “Full 3D Emulation” ต้องขอสารภาพตามตรงเลยครับว่า แอบมีเผื่อใจไว้ว่า “มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” แต่หลังจากที่ผมได้ใช้แล้วผลลัพธ์ที่มันให้มันกลับตรงข้ามมากๆเลยครับ มันทำงานได้จริง มิติเสียง รายละเอียดภายในเกม หรือ ความสมจริงของเสียงที่ได้ยิน เล่นทำผมทึ่งไปเลยครับ ทำเอาผมลืมคำสบประมาทที่ตั้งไว้ตอนแรกหรือ ไอ้ที่เราเผื่อใจไว้ว่า “มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้” คำต่างๆเหล่านี้มันได้หายไป เหลือเพียงแต่คำว่า “มันช่างดีเหลือเกิน”

 
 
 
 
 
Microphone

ในส่วนของไมโครโฟนก็น่าสนใจไม่แพ้กับส่วนอีกในหูฟังตัวนี้เลยครับ ตัวไมโครโฟนนั้นทำออกมาได้ดีมากๆเลยครับ สามารถถอดเปลี่ยนได้ ปรับองศาของตัวไมโครโฟนให้เข้ากับมุมปากของเราได้ ตัวเสียงเวลาพูดก็มีความเป็นธรรมชาติมากเลยทีเดียวครับ อย่างกับว่าเรากำลังพูดคุยอยู่ด้านหน้าของเพื่อนในทีมเลยครับ

 


 

 


ตัวเกมที่ผมได้เลือกใช้เทส “Audeze Mobius” จะมีดังต่อไปนี้ครับ Tom Clancy’s Rainbow Six Siege กับ Tom Clancy’s Ghost Recon Wildlands สาเหตุที่เลือกทั้งสองเกมนี้เป็นเกมสำหรับการทดสอบก็เพราะว่า ทั้งสองเกมมีการอัดเสียงภายในเกมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเสียงปืน เสียงฝีเท้า เสียงพูดของตัวละครแต่ละตัว เสียงสะท้อนจากกำแพงภายในเกม หรือแม้แต่เสียงเสื้อผ้าของตัวละครก็ยังสามารถได้ยิน นั่นเองจึงเป็นสาเหตุที่ผมเลือกทั้งสองเกมนี้ครับ
 
 
 
Tom Clancy’s Rainbow Six Siege

 


เป็นเกมแบบ Semi-Open world ครับ รายละเอียดภายในเกมค่อนข้างเยอะมาก และเรื่องเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับเกมนี้ครับ เรียกได้ว่าถ้าเราได้ยินเสียงและระบุตำแหน่งได้ก่อนก็ทำให้สิทธิ์ในการชนะในเกมนั้นของเราสูงขึ้นอย่างมากครับ เรามาเริ่มกันที่ตำแหน่งเสียงกันก่อนนะครับ มีการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ อิมเมจของเสียงนั้นชัดเจนมากๆครับ เราสามารถกะระยะทางที่ฝั่งตรงข้ามจะมาถึงตัวเราได้อย่างง่ายดายเลยครับ รายละเอียดจำพวกเสียงเสื้อผ้า หรือ เสียงฝีเท้านั้นแยกตำแหน่งอย่างชัดเจนครับ และที่ผมชอบที่สุดเลยคือเสียงฝีเท้าครับ ไดนามิคของเสียงฝีเท้านั้นดีมากๆครับ ไม่ว่าเสียงจะวิ่งเข้ามาใกล้ตัวเรา หรือขยับไกลออกไป จะขึ้นด้านบน ลงข้างล่าง จากที่เหยียบพื้นหญ้าเป็นพื้นหิมะ ก็ทำได้อย่างเนียนหูมากๆครับ ยิ่งทิศทางของเสียงปืนนั้นมีความชัดเจนๆมากครับว่า เสียงที่ดังออกมานั้นใกล้ หรือไกลขนาดไหน ยิงจากตำแหน่งที่อยู่ในชั้นเดียวกัน หรือด้านล่าง
 

 
Tom Clancy’s Ghost Recon Wildlands

 


เป็นอีกเกมในซีรียส์นี้ที่ผมชอบ รู้สึกอินกับฉากและบรรยากาศภายในเกมเอามากๆครับ และยิ่งพอได้ใช้หูฟังอย่างเจ้า “Mobius” ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเรากำลังอยู่ในเกมจริงๆเลยครับ ทุกๆเสียงภายในเกม เรียกได้ว่า เก็บได้ทุกรายละเอียดจริงๆครับ ด้วยความที่เกมนี้เป็นเกมแบบ Open World ผมจึงเลือกเกมนี้มาเพื่อทดสอบการจับระยะของเสียงดูว่า เสียงที่อยู่ในระยะไกลๆเนี่ย มันจะแสดงผลได้ดีมากน้อยแค่ไหน และผลสรุปก็คือ Mobius ได้ทำให้ตัวเสียงภายในเกมมีมิติมากขึ้น การจับระยะของเสียงใกล้ ไกลก็ทำได้ดีมากๆครับ และเสียงของตัวละครที่พูดคุยกันก็สมจริง เหมือนกับว่าเราไปอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นเลยครับ
 
 
 
ถัดมาเรามาลองใช้ Mobius ในการดูหนังกันบ้างนะครับ เราจะมาลองทดสอบความสุดยอดของ Planar Magnetic ที่เป็นเกรดระดับ Cinematic Grade กันหน่อยว่าจะสมคำร่ำลือหรือเปล่าครับ และสำหรับหนังที่ผมใช้เทสก็จะเป็นซีรียส์ที่มีชื่อว่า “Designated Survivor” เป็นซีรี่ยส์แนวแอ็คชั่น และมีบทสนทนาค่อนข้างเยอะครับ

 

 

 
 
หลังจากที่ผมได้รับชมหนังผ่าน “Mobius” ผมก็รู้สึกได้ทันทีครับว่า เสียงพูดของตัวละครภายในหนังมีความสมจริงมากขึ้น ได้ยินทั้งเสียงหายใจของตัวละครที่พูดในขณะนั้น แบคกราวด์เสียงเงียบมากขึ้น ที่ผมชอบเป็นอย่างมากของหูฟังรุ่นนี้คือการที่มันเก็บเสียง หรือตัดขาดเราจากโลกภายนอกได้ดีเหลือเกิน แถมเวลาสวมใส่เป็นเวลานานๆยังมีอาการเมื่อยล้าน้อยมากๆครับ มันทำให้เราสนุกและเพลิดเพลินไปกับหนังได้อย่างต่อเนื่องเลยครับ

 
 
 
 
 
สำหรับใครที่กำลังมองหาหูฟังระดับท็อป และเป็นหูฟังแห่งอนาคตที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการให้รายละเอียดของเสียงที่สมจริง การใช้งานที่ง่ายสามารถใช้ได้กับทุกแพลตฟอร์ม การสวมใส่ที่สบาย ต้องไม่พลาดเจ้า “Audeze Mobius” ตัวนี้เลยนะครับ มันจะช่วยประสบการณ์ในการเล่นเกม ดูหนัง และฟังเพลงของคุณนั้นเปลี่ยนไปอย่างแน่นอนครับ
 
 
 
 

 

 

 

 

    บทความโดย :  Big / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 4 ธ.ค. 2561

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง