มั่นคง munkonggadget

บทความ : มาทำความรู้จัก PLANAR MAGNETIC DRIVER โดย Hifiman

 


 

สำหรับ Planar Magnetic Driver นั้นเป็นระบบหูฟังอีกหนึ่งชนิดที่ใช้กันมานานหลายปีมาแล้ว แต่อาจจะเป็นวงแคบในหมู่นักเล่นสมัยนั้น โดยมีอีกหนึ่งชื่อคือ Orthodynamic ซึ่งถูกตั้งชื่อโดย Yamaha และยังถูกเรียกคู่กันจนมาถึงปัจจุบันนี้ครับ

 

ในส่วนของหลักการทำงานหูฟัง Planar Magnetic นั้นเป็นหูฟังที่การทำงานจะอยู่กึ่งกลางระหว่างหูฟังชนิด Dynamic และ Eletrostatic โดยจะมีส่วนที่ทำงานคล้ายกับหูฟังทั้งสองแบบ ส่วนที่เหมือนกับหูฟังชนิด Dynamic นั้นก็คือการใช้ไฟฟ้าผ่านตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเพื่อทำการขับ Driver และในส่วนที่เหมือนกับ Electrostatic นั่นก็คือแผ่น Diaphragm ที่อยู่ในตัวหูฟังนั้นเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ และ นำไฟฟ้า


 


 


หูฟังทำงานโดยมีแม่เหล็กหลายๆแถวจะถูกจัดวางระหว่างแผ่น Diaphragm โดยให้แผ่น Diaphragm อยู่กึ่งกลางของสนามแม่เหล็ก และเมื่อกระแสไหลผ่านตัวนำ ทำให้แผ่น Diaphragm เกิดการสั่นและทำงานจนเกิดเสียงในที่สุดครับ ซึ่งหูฟังชนิดนี้จะมีข้อดีที่แตกต่างจากหูฟังทั่วไปตามหลักการพื้นฐานดังนี้ครับ



 

- ขนาดของ Driver นั้นมีขนาดที่ใหญ่โต อาจจะมากกว่า 100mm. ในบางรุ่นด้วยซ้ำไป ในขณะที่ Dynamic Driver(หูฟังส่วนใหญ่) 50 mm. ก็ถือว่าใหญ่มากแล้วครับ

- หูฟังชนิดนี้โดยส่วนมากจะมี Distortion ที่ต่ำมากหรือแทบจะไม่รู้สึกถึงส่วนนี้เลยด้วยซ้ำครับเพราะตัว Driver ขนาดใหญ่นั้น  ทำงานพร้อมกันทั้งชิ้นจึงทำให้ไม่เกิดความเพี้ยนของเสียงเมื่อเจอความถี่ที่สูงมาก ๆ ทำใหฟังแล้วไม่มีอาการเสียงสั่นหรือแตกพร่าเลยแม้แต่น้อยครับ

 

 

 

 

และสำหรับตลาดบ้านเราก็ถูกปลุกกระแสหูฟัง Planar Magnetic ให้ตื่นจากการหลับไหลโดย Hifiman นี่เองครับซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแรกๆที่ทำหูฟัง Planar Magnetic เข้าสู่ตลาด Mass และนิยมใช้กันแพร่หลายจนมาถึงปัจจุบันนี้ และมีส่วนทำให้แบรนด์นั้นเติบโตไวมากจากจุดเริ่มต้นหูฟัง in-ear ตัวละไม่กี่พันบาทจนมาเป็นบริษัทชั้นนำในวงการหูฟังโดยมีรุ่นท็อปสุดอย่าง Shangri-La ที่ราคาร่วมสองล้านบาทเลยทีเดียวครับ และใน Line up ปัจจุบันหูฟัง Full size ที่วางขายอยู่ล้วนแล้วแต่ใช้ Planar Magnetic เกือบทุกรุ่น

 

 

 

 

และยังถูกพัฒนาโดย Dr. Fang Bian (ผู้ก่อตั้งแบรนด์)ให้มีความล้ำสมัย และมีน้ำหนักที่เบาขึ้นกว่าแต่ก่อนมากซึ่งน้ำหนักนั้นแทบจะไม่แตกต่างจากหูฟัง Full size ค่ายอื่น ๆ ที่มีขนาดใหญ่ใกล้เคียงกันซักเท่าไหร่ครับ โดยรุ่นที่จำหน่ายและแนะนำมีดังนี้ครับ

 

 

 

 

หูฟัง Full size Hifiman Sundara
 


Sundara หูฟัง Full size ระดับพรีเมี่ยมที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานและป็นหูฟัง Planar Magnetic driver ที่มีน้ำหนักเบาและต้องการกำลังขับที่ไม่สูงมากนัก สามารถขับต่อตรงกับ DAP ได้สบาย ๆ เลยครับ


 

จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่บาลานซ์เสียงนั้นจูนออกมาได้ลงตัวมาก ๆ ให้เวทีเสียงที่กว้างปลายแหลมทอดตัวได้ยาว แต่ยังคงให้มวลเสียงร้องที่อิ่ม โดยที่เบสนั้นมีเนื้อที่หนาแบบกำลังดี เป็นเบสที่นุ่มนวล โดดเด่นกับเพลงร้อง Audiophile  หรือ Jazz  เป็นอย่างยิ่ง สนนราคาของ Sundara นั้นอยู่ที่ 19,900 บาท ครับ

 

 



 

หูฟัง Full size Hifiman Ananda

 


Ananda หูฟัง Full size ระดับ Hi End ที่ใช้ Planar Magnetic driver แต่มีน้ำหนักเบาและต้องการกำลังขับที่ไม่สูงมากนักอีกหนึ่งรุ่นครับ มีโครงสร้างหูฟังที่ใหญ่ สวมใส่สบายและให้เสียงที่แมทชิงได้ง่าย น้ำเสียงนั้นมีความกลมกล่อมและถูกยกระดับจาก Sundara ขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ  โดดเด่นด้วยตัว Driver ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ Supernano Diaphragm ที่บางลงกว่าเดิม เหลือเพียงระหว่าง 1 ถึง 2 ไมครอนเท่านั้น จึงทำให้สามารถตอบสนองความถี่ได้อย่างรวดเร็วและขับได้ง่ายมาก ๆ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นเพลงพกพาได้โดยที่ไม่ต้องต่อแอมป์เพิ่มเลยครับ

 

Ananda นั้นให้เสียงกลางที่โดดเด่น น้ำเสียงนั้นมีความเป็นธรรมชาติ ให้เสียงร้องที่กระจ่างแต่มีมวลเสียงที่หนาเป็นเอกลักษณ์ เวทีเสียงปานกลาง แต่ให้เลเยอร์และแยกชิ้นดนตรีได้ยอดเยี่ยม เสียงสูงนั้นมีประกายที่เด่นชัดและตอบสนองได้ดีเยี่ยมแม้ในจุดที่หูฟังปกติให้ไม่ได้ และ ที่สำคัญเบสนั้นยังคงให้น้ำหนักที่ยอดเยี่ยม ลูกโต แต่นุ่มนวลตามแบบฉบับ Planar Magnetic Driver เลยครับ จัดว่าเป็นหูฟัง Full Size อีกหนึ่งรุ่นที่ให้เสียงครบเครื่อง บาลานซ์เสียงดีและฟังเพลงได้กว้างหลากหลายแนวทีเดียวครับ Ananda นั้นสนนราคาอยู่ที่ 39,900 บาท

 

 



 

หูฟัง Full size Hifiman HE1000 V2
 


HE1000 V2 เป็น Generation ที่ 2 แล้วสำหรับซีรีส์นี้ที่เป็นอดีต Flagship ของค่ายและกวาดรางวัลมามากมายในช่วงเปิดตัว มีโครงสร้างหูฟังที่ใหญ่สวมใส่ได้สบาย และถือว่าเป็นหูฟัง Planar Magnetic Driver ระดับ Hi End ที่จัดว่าเป็นตัวจบอีกหนึ่งรุ่นเลยครับมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับสูง Nanometer Diaphragm ที่บางเฉียบ พร้อมกับ Advance Asymertical Magnetic Circuit ที่ช่วยในการส่งสัญญาณเสียงนั้นออกมาได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นครับ พร้อมกับวัสดุโครงสร้างแบบพรีเมี่ยมทั้งในส่วนของตัวโครงหูฟังที่ผ่านกรรมวิธี CNC Milling พร้อมกับองค์ประกอบอื่นๆทั้ง Headband ที่เป็นหนังแท้ๆ และ Earpad แบบใหม่ที่ใช้วัสดุผสมและตอบสนองเสียงได้ดีกว่าตัวรุ่นแรก อีกทั้งยังมาพร้อมกับสาย Stock ถึง 3 เส้นแบบ 3.5 jack / 6.3 mm jack และ XLR 4pin

 

HE1000 V2 นั้นจะขยับระดับเสียงขึ้นมาอีกจากรุ่น Ananda โดยการใช้งานนั้นอาจจะต้องพึ่งแอมป์หูฟังแบบตั้งโต๊ะในการใช้งานเนื่องจากว่าหูฟัง รุ่นนี้มีค่า Sensitivity ที่ค่อนข้างต่ำ(อยู่ที่ประมาณ 90) จึงจะสามารถรีดเอาปริสิทธิภาพเสียงของ HE1000 V2 ออกมาได้หมดจด โดยรุ่นนี้จะให้น้ำเสียงที่สะอาดหมดจด และเป็นหนึ่งในหูฟังที่โดดเด่นเรื่อง Transparent ลำดับต้น ๆ ของวงการเลยครับ อีกทั้งยังให้ image ของทั้งเสียงร้องและชิ้นดนตรีที่ใหญ่

 

 

 


รวมไปถึงความเป็นสามมิติที่ยอดเยี่ยมสมกับป็นอีกหนึ่งหูฟังรุ่นท็อปของวงการเลยครับ ถึงแม้จะให้โทนเสียงที่โปร่งสะอาดแต่การตอบสนองเสียงย่านต่ำนั้นยังคงทำได้ดีเช่น กันครับด้วยเทคโนโลยีพิเศษผนวกกับตัว Driver หูฟังชนิดนี้ จึงให้เบสที่นุ่มนวล ปริมาณปานกลาง แต่ให้น้ำหนักที่ดี และเป็นองค์ประกอบที่มีความลงตัวมาก โดดเด่นกับเพลงอย่าง Classic และ Jazz เป็นอย่างยิ่ง รวมไปถึงประเภทที่เน้น Vocal และเครื่องสาย ซึ่ง HE1000V2 จะถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้าถึงอารมณ์และสมจริง

HE1000 V2 นั้นสนนราคาอยู่ที่ 111,111 บาท

 


 

หูฟัง Full size Hifiman Susvara


Susvara หูฟังรุ่นเรือธงตัวล่าสุดของค่าย Hifiman สำหรับฝั่ง Planar Magnetic Driver ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดย Hifiman เองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Acoustically Invisible Stealth Magnets ชุด Magnet (แม่เหล็ก) แบบใหม่ล่าสุดที่ถูกใช้ครั้งเเรกในรุ่นนี้ที่จะช่วยให้คุณภาพเสียงของ Susvara นั้นดีกว่าทุกรุ่นที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ Nanometer Grade Driver แบบบางพิเศษคุณภาพสูงที่ให้ Distortion ต่ำและให้ Dynamic ที่ยอดเยี่ยมซึ่งทำงานร่วมกันกับ Stealth Magnets ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 

 


ตัวหูฟังมีโครงสร้างที่ใหญ่สวมใส่สบายและใช้งานได้หลายชั่วโมง  และชิ้นงานผลิตที่พรีเมี่ยมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และขั้วสายหูฟังนั้นยังคงเป็นแบบ  2.5 mm. ที่สามารถถอดเปลี่ยนสายอัพเกรดได้อย่างง่ายดาย และมาพร้อมกับสายคุณภาพสูง 2 เส้นเป็นเเจ็คแบบ 6.3 mm. และ XLR 4 pin

Susvara นั้นเป็นหูฟังที่ต้องใช้งานร่วมกันกับแอมป์หูฟังแบบตั้งโต๊ะและใช้งานได้ดีทั้งแอมป์เเบบหลอด หรือ Solid state ได้ดีเยี่ยมทั้งสองแบบ ให้โทนัลบาลานซ์เสียงที่เหนือชั้น น้ำเสียงนั้นมีความโปร่งและถ่ายทอดอารมณ์เพลงออกมาได้อย่างสมจริง เสียงร้องที่ทำได้ดีใน Hifiman ในทุกช่วงราคา ซึ่งกับ Susvara นั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

 

 

 


Susvara ให้มวลเสียงที่อิ่มและมี image ที่ใหญ่กว่าทุกรุ่นที่เคยออกมาทั้งหมด น้ำเสียงนั้นอ่อนหวานและตอบสนองได้ทุกช่วงความถี่เสียงของนักร้อง ซึ่งจะทำให้ได้ยินเสียงของนักร้องนั้นเเตกต่างจากหูฟังทั่วไปแบบสิ้นเชิงเลยครับ เวทีเสียงนั้นกว้างขวางและโอ่อ่า ให้ความเป็นสามมิติที่ยอดเยี่ยมทั้งด้านกว้างและด้านลึก การแจกแจงรายละเอียดชิ้นดนตรีทำได้อย่างเหนือชั้น สามารถรับรู้ได้ถึงรายละเอียดและตำเเหน่งของเครื่องดนตรีต่างๆใน track ได้อย่างง่ายดาย


 


ในขณะที่การตอบสนองเสียงโทนต่ำนั้นทำได้ประทับใจได้ตั้งเเต่ครั้งเเรกที่ได้ฟังอีกเช่นกันครับ โดยจะให้มวลเบสที่หนาขึ้น และให้หัวโน๊ตที่ชัดกว่า HE1000 แบบรู้สึกได้ และ เป็นเบสที่ลงได้ลึกมากๆ เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์แบบและต่อยอดมาจาก HE1000 ได้อย่างตรงประเด็นมากๆทีเดียวครับ Hifiman Susvara นั้นสนนราคาอยู่ที่ 239,000 บาท
 


 


สำหรับเรื่อง Planar Magnetic Driver  เราก็ได้ทราบข้อดีของระบบนี้กันไปแล้ว โดยแบรนด์ที่ผมยกมาเล่าให้ฟังถึงจะมีแค่แบรนด์เดียวอย่าง Hifi-Man แต่ก็เรียกว่าเท่านี้ก็เต็มอิ่มแล้วครับ แม้ว่าจะยังไม่ได้พูดถึงค่ายอื่นก็ตาม เพราะ Hifi-Man ก็จัดเป็นแบรนด์ที่พัฒนาระบบ Planar Magnatic มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโดยตัวผลิตภัณฑ์เอง Feedback ที่ดีจากผู้ใช้งานจริง และรางวัลต่าง ๆ ที่ได้รับจากหลาย ๆ สภาบัน

หากในบทความนี้มีความผิดพลาดประการใด ก็กราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ สำหรับบทความนี้ ผมขอลาไปก่อน เพื่อเตรียมตัวพบกันใหม่ในโอกาสหน้าจะมีบทความและสาระน่ารู้อื่นๆ มาเล่าให้ฟังกันต่อไป สวัสดีครับ 

 

 


 

 

 

 

เขียนโดย : หลุยส์ มั่นคงแก็ดเจ็ท เขียนเมื่อ 11 พ.ย. 2561

 

 

 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง