มั่นคง munkonggadget

บทความ : Wi-Fi 6 มาตรฐานความเร็วล่าสุดที่จะถูกใช้เร็วๆนี้

 

 

บทความ : Wi-Fi 6 มาตรฐานความเร็วล่าสุดที่จะถูกใช้เร็วๆนี้

 

ปัจจุบันการเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายผ่านทาง Wi-Fi นั้นไม่ได้จำกัดแค่สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์อีกต่อไปแล้วครับ แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆทั้งเครื่องเกมคอนโซล, ลำโพง, ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งนวนอุปกรณ์ที่ใช้งานที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้ความหนาแน่นของสะญญาณสูงขึ้น เกิดปัญหาคอขวดได้ ดังนั้นมาตรฐานใหม่ Wi-Fi 6 จึงออกมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวครับ


 

 

1. Wi-Fi 6 คืออะไร?

 

สำหรับ Wi-Fi 6 เป็นมาตรฐานที่เดิมใช้ชื่อว่า IEEE 802.11ax โดยเป็นเทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจาก IEEE 802.11ac และถูกปรับเปลี่ยนชื่อใหม่มาเป็น Wi-Fi 6 เพื่อให้สามารถเรียกได้ง่ายขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2018 โดยมาตรฐานเก่าๆก็จะถูกเรียกชื่อใหม่เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น 

 

1. 802.11n เปลี่ยนเป็น Wi-Fi 4

2. 802.11ac เปลี่ยนเป็น Wi-Fi 5

 

พร้อมกันนี้ยังได้ออกโลโก้ใหม่ออกมาเพื่อให้สามารถจำแนกได้ง่ายอีกด้วยครับ

 


2.  จุดเด่นของ Wi-Fi 6

สำหรับ Wi-Fi 6 นั้นจะมีการปรับปรุงจาก Wi-Fi 5 หลายจุดด้วยกัน ทั้งในส่วนของการรองรับการทำงานที่ความถี่ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz โดยมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 10Gbps เร็วกว่า Wi-Fi 5 ถึง 40% ด้วยกัน รวมไปถึงการรองรับ MU-MIMO ทั้งในส่วนของ uplink และ downlink พร้อมกันสูงสุดที่ 4 Spatial Streams ช่วยให้การรับ-ส่งสัญญาณสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความสามารถในการใช้งานที่พื้นที่สัญญาณหนาแน่นก็ทำได้ดียิ่งขึ้น
 
การใช้งานในส่วนของการดูหนัง-ฟังเพลง
 
 
ด้วยมาตรฐาน Wi-Fi 6 นั้นจะสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำการสตรีมภาพยนต์ที่ความละเอียดระดับ 8K ได้อย่างสบาย ส่วนการใช้ฟังเพลงนั้นสามารถใช้งานได้เช่นกันเพราะไม่ได้ต้องการการส่งสัญญาณปริมาณสูงแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีก เช่นในส่วนของความเร็ว HDD หรือความเร็วอินเตอร์เน็ต เป็นต้น นอกจากนี้อุปกรณ์ต่างๆทั้ง router และ ตัวรับสัญญาณก็ต้องรองรับ Wi-Fi 6 เช่นเดียวกันจึงจะสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

3. อุปกรณ์ใดบ้างที่ใช้ Wi-Fi 6?

ในส่วนของ Router นั้นได้เริ่มรองรับ Wi-Fi 6 แล้วในบางรุ่น แต่ยังคงมีราคาที่สูงอยู่ เช่น Asus RT-AX88U ที่เปิดตัวช่วงปี 2017 ส่วนสมาร์ทโฟนที่รองรับ Wi-Fi 6 รุ่นแรกก็คือ Samsung Galaxy S10 ที่มีกำหนดการวางจำหน่ายช่วงเดือนมีนาคม 2019 นั่นเอง


4. จำเป็นที่จะอัพเกรดไหม?

สำหรับ Wi-Fi 6 นั้นจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้การรับ-ส่งข้อมูลในปริมาณที่สูง เช่นการสตรีมมิ่งผ่าน NAS หลายผู้ใช้งานพร้อมกัน หรือผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพของ Wi-Fi ในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของสัญญาณสูง แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันอุปกรณ์ที่รองรับ Wi-Fi 6 ยังคงมีราคาที่สูงอยู่ครับ หากการใช้งานภายในบ้านของเรายังไม่หนาแน่นเท่าไร เช่นใช้งานด้วยจำนวนอุปกรณ์เพียงไม่กี่เครื่อง หรือสตรีมมิ่งภาพยนต์ที่ความละเอียดไม่สูงนัก การอัพเกรดระบบให้เป็น Wi-Fi 6 ก็ยังไม่มีความจำเป็นนัก

สำหรับ Wi-Fi 6 นั้นมีการคาดการณ์ว่าจะเริ่มถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในช่วงปลายปี 2019 นั่นเองครับ

 

 

 

 

 

 

 

เขียนโดย : มด ออนไลน์ เขียนเมื่อ : 7 มี.ค. 2562