มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟังออกกำลังกายไร้สาย CREATIVE Outlier One Plus

 

 

สวัสครับทุกท่าน "เปา พารากอน" กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งแล้วนะครับสำหรับการรีวิวสินค้าในวันนี้ ซึ่งช่วงนี้ผมบอกก่อนเลยครับว่าเราจะได้พบกันบ่อยขึ้น เพราะอะไรน่ะเหรอครับ นั่นก็เพราะว่าสินค้ารุ่นใหม่ ๆ นั้นต่างทยอยกันเข้ามาประจำการ ณ ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ทแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้ทุกท่านนั้นได้อัพเดทข้อมูล หรือฟังก์ชั่นการใช้งานของหูฟังรุ่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ ผมก็จะนำสินค้าต่าง ๆ มาแนะนำให้กับทุกท่านได้อ่านกันอย่างไม่ขาดเลยล่ะครับ 

 

 

เอาล่ะครับสำหรับในวันนี้นั้นผมก็จะมาพร้อมกับเจ้าหูฟังรุ่นใหม่จากทาง "Creative" ซึ่งก็คือรุ่น "Outlier One Plus" ครับ หลาย ๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับชื่อรุ่น Outlier One กันมาบ้างแล้วนะครับ โดยในรุ่นนี้ถือว่าเป็นหูฟัง Bluetooth For Sport ที่ได้รับความนิยมในช่วงราคาระดับ Budget เลยครับ ราคาค่าตัวนั้นจะอยู่ที่ 1,290 บาท แต่ในรุ่น Outlier One Plus นี้จะมีราคาเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ "1,890 บาท" ครับ นอกจากจะมีราคาที่สูงขึ้นมาอีกเล็กน้อยแล้วนับว่าเป็นรุ่นที่มีการตีบวกให้มีคุณภาพสูงขึ้นไปอีกหลายเลเวลเลยทีเดียวครับ  แต่ว่าจะมีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นเดิมตรงไหน แล้วมีความน่าสนใจอย่างไรนั้นเดี๋ยวผมจะค่อย ๆ แนะนำไปในทีละส่วนก็แล้วกันนะครับ แต่ตอนนี้ผมขอเริ่มต้นด้วยสเปคของหูฟัง Outlier One Plus กันก่อนเลยครับ 

 

 

 

:::Specification::::

 

Product Type : Wireless Headphones
Weight : 16 g (0.56 oz)
Color : Black
Frequency Response : 20 Hz ~ 20 kHz
Cable Length : 0.5 m (1.64 ft)
Driver : 6 mm (0.23 inches) Neodymium magnet

Inline Microphone with Controls : 3 buttons for music playback and calls, Supports iOS and Android phones

Battery Type and Life : Built-in Lithium-ion (Up to 10 hours on MP3)
Connector Type : micro USB (Charging), Bluetooth 4.2

Bluetooth Profiles : A2DP (Wireless Stereo Bluetooth) v1.2, AVRCP (Bluetooth Remote Control) v1.6, HFP (Hands-free Profile) v1.7 Bluetooth Operating Frequency : 2.4 GHz

Audio Codec : SBC

Built-in Memory Storage  : 4 GB

File Format Support : MP3, FLAC, WAV, WMA

Operating Range : Up to 10 m / 33 ft

Wearing Style : In-ear

Microphone : Frequency Response: 100 Hz ~ 10 kHz

Sensitivity : - 42 dBV / Pa

Type : Omni-directional

Weather-proof Resistant : IPX4 (IEC60529)

Operating Temperature : 0°C to 45°C

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับหน่วยก้านของ Outlier One Plus ตัวนี้ เมื่อดูจากสเปคแล้วมีท่านใดคิดแบบผมไหมครับว่า มันช่างคุ้มราคาเสียเหลือเกิน ด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลักร้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นไม่น้อยเลยทีเดียวครับ และในลำดับถัดจากนี้ไปผมขอนำทุกท่านเข้าสู่การรีวิว Outlier One Plus กันได้เลยครับผม

 

 


เริ่มต้นกันที่ตัวแพคเกจของรุ่น Outlier One Plus กันเลยครับ ตัวกล่องนั้นออกแบบมาได้อย่างดูดีทีเดียวครับ มาในโทนสีขาวสะอาดตา ตัดด้วยตัวอักษรสีส้ม แล้วพาดด้วยรูปตัวหูฟังที่ดูโดดเด่นมาก ๆ ครับ 

 

 


ที่ด้านบนของตัวกล่องนั้นจะมีสติกเกอร์ของทางศูนย์ไทยแปะอยู่ครับ นั่นก็คือศูนย์ "Eternal Asia Distribution" ครับ หากท่านใดที่ซื้อสินค้าไปก็ระวังอย่าให้ตัวสติกเกอร์ลอกไปนะครับผม โดยเจ้า Outlier One Plus นี้จะมีประกันศูนย์ไทยให้ "1 ปี" ครับ


ที่ด้านล่างของตัวกล่องนั้นก็จะมี Serial Number ของทาง Creative ครับ จุดนี้ก็แนะนำว่าอย่าให้ลอกหายไปเช่นกันครับ (แต่สำหรับลูกค้าที่ซื้อร้าน Munkonggadget นั้นสบายใจได้ครับ เมื่อลูกค้าซื้อ และ พร้อมสมัครสมาชิกกับทางร้าน ตัวใบเสร็จจะเข้าไปอยู่ในระบบของท่านทันทีครับ)

 

 

 

 

พลิกมาดูที่ด้านหลังกันบ้างครับ ตำแหน่งนี้เราก็จะเห็นได้เลยครับว่าภายในกล่องนั้นมีอุปกรณ์อะไรมาให้ใช้งานกันบ้าง ซึ่งเมื่อดูจากรูปแล้วก็แทบจะไม่ต้องไปหาซื้ออะไรเพิ่มเลยล่ะครับ 

 


 


เมื่อดูรอบตัวกล่องหมดทุกจุดแล้วทีนี้ก็ได้เวลาในการแกะกล่องแล้วครับ มาดูกันดีกว่าข้างในจะเป็นยังไงบ้าง 


หลังจากที่กรีดกล่องแล้วดึงออกมานั้นก็จะพบกับตัวคู่มือก่อนครับ (ที่จริงแล้วก็ต้องเจอหูฟังก่อนนั่นแหละครับ แต่ผมดึงออกมาผิดด้านเองครับ ฮ่า ๆ ๆ )

 

 


 


เมื่อพลิกกลับด้านมาแล้วก็จะพบกับตัวหูฟัง Outlier One Plus พระเอกของเราเสียทีครับ ลองสังเกตุดูแล้วตัวหูฟังนั้นถูกบรรจุมาได้อย่างเป็นระเบียบทีเดียวครับ 

 

 

 


อุปกรณ์ภายในกล่องนั้นก็มีมาให้ตามที่ด้านหลังกล่องระบุเอาไว้ครบทุกชิ้นเลยครับ  


ตัวจุกนั้นก็จะมีมาให้ครบทั้ง 3 ไซส์เลยครับทั้ง S, M, L แต่จุกไซส์ M นั้นจะติดมากับตัวหูฟังอยู่แล้วครับ นอกจากนี้ก็จะมีคลิปหนีบเสื้อ และ แป้นสำหรับเปลี่ยนไปใช้แบบไม่มีตัวล็อคหูครับ 

 

 

 

 


สายชาร์จไฟของรุ่น Outlier One Plus นั้นก็ยังคงใช้เป็นหัวแบบ USB Micro B เช่นเดิมครับ ใครที่มีสายเดิม ๆ อยู่แล้วก็สามารถใช้งานได้เลยครับผม

 


 


ในขณะที่เราชาร์จไฟอยู่นั้น ไฟสถานะจะขึ้นเป็นสีแดง และ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเมื่อชาร์จไฟเต็มแล้วครับ โดยระยะเวลาในการชาร์จไฟนั้นก็จะอยู่ราว ๆ 1.5 ชั่วโมงครับ 

 


 

ซึ่งเรื่องของช่องชาร์จไฟนั้นทาง Creative ได้แนะนำให้เรานั้นปิดช่อง USB ให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันของเหลวเข้าไปแล้วทำให้เกิดการช็อตเสียหายนั่นเองครับ 

 

 

 

 

"คู่มือที่ทาง Creative ใส่มาให้นั้นทำกราฟิกให้ดูง่าย และชัดเจนดีมาก"

 

 

 


ซองผ้าที่แถมมานั้นจับง่ายไม่ลื่นมือ และ พอลองนำหูฟังเข้าไปใส่ไว้นั้นก็ไม่ถือว่าแน่นจนเกินไปครับ เหลือพื้นที่พอให้สายชาร์จไฟเข้าไปได้ด้วยครับ


แกะหูฟังกันออกมาดูเลยดีกว่าครับ หลังจากที่เริ่มต้นกันมาสักพักแล้วยังไม่เจอตัวหูฟังเลย ฮ่า ๆ ๆ

 

 

 

 


ตัวหูฟังนั้นถือว่าคล้องคอได้พอดีไม่ยาวมากจนรู้สึกเกะกะแต่อย่างใดครับ

 

 


บอดี้ของตัวหูฟังนั้นก็ยังคงมีขนาดใกล้เคียงของรุ่นเดิมครับ วัสดุที่ใช้นั้นก็จับได้ถนัดมือ ไม่ลื่น และ งานประกอบนั้นดูดีทีเดียว แถมตัวสายนั้นยังเป็นสายแบนอีกด้วย ตัวสายจึงไม่ค่อยพันกันง่ายครับ


จุกหูฟังที่แถมมาให้นั้นสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามไซส์ที่เราใส่ได้ถนัดเลยครับ 

 

 


 


ตัวท่อนำเสียงของรุ่นนี้จะใหญ่กว่าหูฟังทั่ว ๆ ไปเยอะ หากใครที่ทำจุกหูฟังหาย ก็สามารถซื้อเป็นจุกของ Spinfit รุ่น CP155 แทนได้ครับผม 

 

 

 

นอกจากนี้ตัวแป้นรองหูนั้นสามารถถอดเปลี่ยนไปใช้แบบไม่มีที่เกี่ยวได้เช่นเดียวกันครับ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเราถนัดใช้งานแบบไหนครับ แต่ถ้ามีที่เกี่ยวหูนั้นเวลาใส่ออกกำลังกายก็จะเกาะหูได้ดีกว่ามาก ๆ ครับ 

เลื่อนมาดูที่ตัวคอนโทรลกันบ้างครับ

 

 

 

 

สำหรับปุ่มควบคุมตัวหูฟังนั้นก็สามารถกดสั่งงานได้มากมายหลายหลากจริง ๆ ครับ ทีแรกว่าจะเขียนให้ทุกท่านได้อ่านว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่พอได้ไปเห็นรูปจาก Cretive Official Website แล้วก็รู้สึกว่ารูปที่เค้าทำเอาไว้นั้นดูแล้วเข้าใจได้ง่ายกว่าที่ผมจะเขียนมาก ๆ ครับ ฮ่า ๆ ๆ 

 

 

 

 

 

หูฟัง Bluetooth ทุกรุ่นนั้นก็จะมีไมค์ติดมาให้ด้วยสำหรับใช้งานในการคุยโทรศัพท์ครับ ซึ่งในรุ่น Outlier One Plus นั้นก็สามารถใช้งานได้เช่นกันครับ  

 

 

 

 

 

ตำแหน่งของไมค์นั้นก็จะอยู่บริเวณด้านหลังของตัวคอนโทรลครับ โดยจะเป็นรูเล็ก ๆ นั่นเองครับ

 

 

 

เมื่อมีคนโทรเข้ามาจะมีเสียงผู้หญิงโทนเสียงออกแนวห้าว ๆ พูดหมายเลขที่โทรเข้ามาให้เราฟังด้วย ยกตัวอย่างเช่น มีเบอร์ 02-610-9982 โทรเข้ามาก็จะพูดให้เราฟังว่า "Zero-Two-Six-One-Zero-Nine-Nine-Eight-Two" แบบนี้เป็นต้นครับ เรียกได้ว่ามีความสะดวกทีเดียวครับสำหรับใครที่กำลังติดพันกับกิจกรรม หรือไม่สะดวกที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูทำให้เราสามารถเลือกรับหรือปฏิเสธเบอร์โทรที่เราไม่รู้จักได้ง่ายนั่นเอง แต่พูดถึงฟังก์ชั่นนี้อาจจะไม่มีประโยชน์กับคนรุ่นใหม่ครับ เพราะในยุคนี้เบอร์มือถือนั้นแทบไม่มีใครจำกันแล้ว อาศัยว่าใช้โทรศัพท์เมมเอาไว้ให้แทน เวลาจะโทรหาใครก็แค่เอานิ้วเขี่ย ๆ หาชื่อคนนั้นแล้วจิ้มโทรหาได้เลย และ ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นก็โทรผ่าน Application อย่าง Line กับ Facebook มันซะเลย ซึ่งจะแตกต่างกับคนที่เกิดทันในยุคคลาสสิก ที่ทุกคนกำเหรียญต่อแถวยืนรอใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เพราะเราจะจำเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อน ๆ หรือ คนรักได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าบางครั้งเค้าจะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ไปแล้วแต่เบอร์เก่านี่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเสมอครับ ฮ่า ๆ ๆ 

 

 

 

 


มาเริ่มต้นดูในส่วนของการใช้งานกันบ้างดีกว่าครับ การเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนนั้นให้เรากดที่ปุ่มวงกลมสีส้ม ค้างไว้ "8 วินาที" ตัวไฟ LED นั้นจะเป็นสี แดง กับ น้ำเงิน กระพริบสลับกันแบบเร็ว ๆ จากนั้นให้เราเข้าไปที่ Setting > Bluetooth On ที่สมาร์ทโฟนของเราได้เลยครับ ซึ่งจะพบกับชื่อ "Outlier One Plus" แล้วกดคลิกที่ชื่อได้เลยครับผม เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถเชื่อมต่อหูฟังเพื่อใช้งานได้แล้วครับ เย้! 


 

 

นอกจากนี้หากใครที่ต้องการใช้งานร่วมกับสมาร์ทวอชนั้นก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกันครับผม 

 

 

 

 

ในส่วนของการใช้งาน Bluetooth ร่วมกับสมาร์ทโฟนนั้นเท่าที่ได้ทดสอบดูนั้นปรากฎว่าการใช้งานเวลาดู NETFLIX หรือ YOUTUBE นั้นเสียงจะดีเลย์อยู่ประมาณ 1 วินาที ครับผม 

 

 

ในส่วนของการใช้งานโหมด MP3 Player นั้นก็สามารกดใช้งานได้ง่าย ๆ ด้วยการกดไปที่ปุ่มรูปตัวโน๊ต ซึ่งปุ่มนี้จะเอาไว้สลับโหมดระหว่าง Bluetooth และ MP3 Player ครับผม โดยในระบบ MP3 Player นี้จะมีเมมโมรี่มาให้ 4 GB ครับ สามารถลงไฟล์เพลง MP3, FLAC, WAV และ WMA เพื่อใช้งานได้เลยครับ วิธีการลงเพลงนั้นก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่ต่อสาย USB เข้ากับ Computer ก็จะสามารถลงเพลงได้แล้ว เหมือนกับเราต่อ External HDD เลยล่ะครับ ซึ่งรองรับการใช้งานทั้ง Windows และ Mac OS โดยตัวไดร์ฟนั้นจะใช้ชื่อว่า "USB AA" ครับผม

 

 

 

เวลาที่เราลงเพลงนั้นไม่จำเป็นต้องสร้างโฟลเดอร์ Music เอาไว้ให้ยุ่งยากแต่อย่างใดครับ เพียงแค่ลากแล้ววางก็สามารถลงได้ทันที 

 

ในลำดับถัดมานั้นผมจะพูดถึงในส่วนของตัว Application ของทาง Creative ที่เค้าทำมาเพื่อให้เราสามารถควบคุมการใช้งานได้ในกรณีที่เราพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปใช้งานด้วยนั่นเองครับ 

 

 


โดยตัวแอพนั้นจะใช้ชื่อว่า "Sound Blaster Connect" ครับผม สามารถโหลดมาใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android เลย แต่ก่อนที่เราจะกดเข้าไปในแอพนั้นให้เราเข้าไปเชื่อมต่อ Bluetooth ให้เรียบร้อยเสียก่อน


เมื่อทำการติดตั้ง Application เสร็จเรียบร้อย และเชื่อมต่อ Bluetooth แล้วให้เรากดเข้าไปในแอพได้เลย หน้าตาภายในตัวแอพนั้นก็จะเป็นแบบในที่เห็นนี่แหล่ะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 


จากนั้นให้เรากดที่ปุ่ม Menu หรือ 3 ขีด ที่มุมซ้ายบน และคลิกไปที่ Setup ได้เลยครับ


เมื่อเราเข้ามาในหน้าเมนู Setup แล้วก็จะพบกับชื่อ Outlier One Plus ครับ ให้เราทำการคลิกที่ชื่อเพื่อเชื่อมต่อกับตัวหูฟังได้เลย

 

 

 

 

 


เมื่อเชื่อมต่อเสร็จแล้วก็จะขึ้นสถานะว่า "Connected" แบบนี้แสดงว่าเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว


หลังจากนี้พอเรากลับมาที่หน้า Home ของตัว Application นั้นก็จะพบว่ามีหน้าตาเปลี่ยนไปดังนี้ครับ เราสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นเพลงแบบ Shuffle จากเพลงที่เราเล่นไปล่าสุด หรือ กดที่ชื่อเพลงเพื่อเลือกเองได้ครับ ทางด้านล่างนั้นก็จะมีโหมดให้เลือกสลับระหว่าง Bluetooth หรือ MP3 Player ครับ 

 

 

 

 


นอกจากนี้แล้วเมื่อเรากดเข้ามาที่เมนู (ปุ่มที่มี 3 ขีด มุมซ้ายบน) แล้วก็จะเห็นว่ามีแถบเมนูที่ชื่อ "MP3" โผล่ขึ้นมาครับ 


เมื่อกดเข้าไปแล้วเราก็จะพบกับโฟลเดอร์ หรือ ไฟล์เพลงที่เราลงไว้ในตัวหูฟังนั่นเองครับ จากตรงนี้เราก็สามารถเลือกโฟลเดอร์ในการเล่นเพลงเองได้ง่าย ๆ เลยครับผม

 

 

 

มาว่ากันต่อในเรื่องของโทนเสียงกันบ้างดีกว่าครับ หลังจากที่ดูในส่วนอื่น ๆ ไปหมดแล้ว โทนเสียงของรุ่น Outlier One Plus นั้นนับว่าแตกต่างจากหูฟังสายกีฬาทั่ว ๆ ไปพอสมควรเลย โดยปกติแล้วถ้าเป็นหูฟังสายกีฬาแบบนี้จะต้องให้เบสที่กระหึ่ม ๆ เข้าไว้ เสียงกลางพุ่งมาข้างหน้าเยอะหน่อย แต่สำหรับรุ่น Outlier One Plus นั้นไม่ใช่เลยครับ ถือว่าผิดคาดของผมไปเลย 

 

เสียงในย่านต่ำ - ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเบสนั้นให้แรงปะทะที่มาแบบพอดี ๆ เนื้อเบสนั้นดูมีความอิ่มหนา แต่มวลนั้นไม่ใหญ่โตจนออกไปทางบวมครับ นับว่าให้เบสที่ฟังเพลงได้ดีทั้งเพลงช้า และ เร็ว แบบไม่ติดขัดครับ

 

โทนเสียงกลาง - เมื่อเทียบกับในรุ่นเดิมแล้วต้องบอกว่ารุ่น Plus นี้มีความคมชัดที่เพิ่มขึ้นอย่างสัมผัสได้ง่าย ๆ เลยครับ เสียงเครื่องดนตรีรอบ ๆ ถูกจัดเรียงได้ดีขึ้น แม้ว่าเวทีของเสียงนั้นจะไม่ได้กว้าง แต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดในการฟังสักเท่าไหร่ครับ นอกจากนี้ตำแหน่งเสียงนักร้องนั้นยังยืนอยู่ตรงกลางพอดี ๆ ไม่ถูกดึงออกมายืนด้านหน้ามากนักครับ ทางด้านถ้อยคำร้องนั้นให้เสียงที่หนักแน่น มีพลัง ฟังแล้วรู้สึกฮึกเหิมเหมาะกับสไตล์เพลง Pop Rock จริง ๆ ครับ 

 

ย่านเสียงสูง - รุ่น Outlier One Plus นั้นถูกปรับปรุงมาได้อย่างยอดเยี่ยมครับ ย่านเสียงสูงนั้นมีความคมชัดของเนื้อเสียงที่เพิ่มขึ้น เพลงไหนที่มีประกายของเสียง Hi-Hat เยอะ ๆ นั้นเจ้ารุ่นนี้ก็ถ่ายทอดออกมาได้น่าฟังมากยิ่งขึ้นครับ ใครที่เคยฟังรุ่นเดิมแล้วรู้สึกไม่ค่อยประทับใจนั้น พอได้มาฟังรุ่นนี้รับรองว่าฟังแล้วชอบแน่นอนเลยล่ะครับ 

 

 

สรุปโดยรวมหลังจากที่ได้ทดสอบหูฟัง และ นำมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันนี้ผมอยากจะบอกว่าหูฟัง Outlier One Plus จากทาง Creative นั้นเหมาะมาก ๆ สำหรับท่านที่กำลังมองหาหูฟังสำหรับออกกำลังกายที่มีทั้ง Bluetooth และ MP3 Player ในตัวให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามสถานะการณ์ครับ แถมยังมีราคาที่จัดว่าไม่แพงเลยสำหรับฟังก์ชั่นการใช้งาน และของแถมในกล่องที่ให้มาแบบไม่ต้องออกไปหาซื้อเพิ่มให้เสียเวลาครับ 

 

ก็จบไปแล้วนะครับกับการรีวิวสินค้าใหม่ที่น่าสนใจอย่าง Creative Outlier One Plus สำหรับวันนี้ก็ถึงเวลาจากกันแล้ว ผมหวังว่าบทความรีวิวสินค้าชิ้นนี้จะเป็นส่วนช่วยประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าของทุกท่านได้นะครับ แล้วพบกับ "เปา พารากอน" ใหม่ได้ในสินค้าชิ้นถัดไป สำหรับวันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อนครับผม สวัสดีครับ ^ /\ ^

 

 

 

 

 

 

 

 

บทความโดย :  Pao / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 30 เม.ย. 2562

 

 



 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง