มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟัง เกมมิ่ง RAZER NARI WIRELESS

 

 

สวัสดีครับเพื่อนๆในวันนี้ผมอยากที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้อุปกรณ์ไร้สายให้เพื่อนๆได้ทำความรู้จักกับอุปกรณ์เหล่านี้มากขึ้นครับ ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาใครที่กำลังติดตามวงการไอทีอยู่จะเริ่มเห็นว่าอุปกรณ์หลายๆอย่างเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีไร้สายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หูฟัง เม้าส์ คีย์บอร์ด ที่ชาร์จแบตเตอรี่ หรือแม้แต่การโอนถ่ายข้อมูลก็ใช้การถ่ายโอนข้อมูลแบบไร้สายกันมากขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อโลกมันเปลี่ยนเราเองก็ต้องตามโลกให้ทันครับ นั่นจึงเป็นที่มาของหัวข้อในครั้งนี้ครับ “Wireless World” แต่ Wireless World ในที่นี้ผมยังคงอยู่กับอุปกรณ์ Gaming Gear ครับ และคิวแรกก็เป็นคิวของเจ้าหูฟัง Gaming Headset จากค่ายงูเขียว “RAZER NARI WIRELESS GAMING HEADSET” นั่นเองครับ

 
 
 
 
 
 
เดิมแล้วเนี่ยหูฟัง Wireless ในวงการหูฟังได้รับความนิยมมาได้สักระยะนึงแล้วครับ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังคงใช้สำหรับฟังเพลงอยู่ การรับชมภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่นที่มีภาพเป็นส่วนประกอบ ๆ จะมีอาการดีเลย์ของสัญญาณอยู่ แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น สามารถทำให้คลื่นความถี่ในการรับส่งสัญญาณนั้นแรงมากขึ้นพัฒนาจนกลายเป็นคลื่นความถี่ 2.4GHz เป็นคลื่นความถี่ที่ใช้กันเป็นอย่างมากในบรรดาหูฟัง Wireless Headset หรือก็คือหูฟังที่เชื่อมต่อแบบ Bluetooth นั่นเองครับ เพียงแค่เราเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth ของหูฟังเข้ากับมือถือก็สามารถใช้งานได้แล้ว ทำให้หูฟังเหล่านี้ฟังเพลงก็ดี รับชมหนังก็เพลิน แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องสัญญาณกระตุกอยู่ ซึ่งปัญหาแบบนี้ เป็นปัญหาที่ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับการใช้งานอุปกรณ์แบบไร้สาย เพราะไม่มีตัวสื่อกลางในการรับส่งสัญญาณแบบหูฟังที่ใช้สายนั่นเอง เป็นการส่งสัญญาณจากเสาส่งสัญญาณไปหาตัวรับสัญญาณนั่นเอง ดังนั้นในอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์จึงไม่ได้ใช้การเชื่อมต่อแบบ Bluetooth แบบปกติ แต่ใช้เป็นตัวรับส่งสัญญาณที่เราเรียกว่า “Dongle” นั่นเองครับ เจ้า “Dongle” นี้จะรับส่งสัญญาณเฉพาะกับหูฟังที่ติดมาด้วยเท่านั้นครับไม่สามารถเชื่อมต่อกับหูฟังตัวอื่นได้ ข้อเสียก็คือเมื่อหายเราไม่สามารถที่จะซื้ออะไหล่มาทดแทนได้ แต่แลกมาด้วยการรับส่งสัญญาณที่เสถียรมากขึ้นอาการกระตุกของสัญญาณนั้นมีน้อยมาก และที่สำคัญคลื่นความถี่ของสัญญาณยังเป็นแบบ 2.4GHz อีกด้วย จึงสามารถรับส่งสัญญานได้แบบ Real Time แทบไม่พบอาการดีเลย์เลยครับ
 
 
 
และที่ผมกล่าวไปข้างต้น นั่นก็คือเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหูฟังแบบไร้สายในยุคนี้นั่นเองครับ ถัดมาผมจะพูดถึงพระเอกของเราในวันนี้กันบ้างนะครับ กับหูฟัง “RAZER Nari Wireless” หูฟังไร้สายที่ทาง “RAZER” ได้ปล่อยออกมาวางขายสู่ตลาดได้ไม่นานนัก ความพิเศษของหูฟังรุ่นนี้จะเป็นในเรื่องของ แบตเตอรี่ที่อึด สวมใส่สบาย สามารถใช้เป็นเวลานานได้ และตัวรับส่งสัญญาณที่มีความเสถียรของสัญญาณสูงเลยทีเดียวครับ และที่พิเศษกว่าหูฟังรุ่นอื่นในค่ายเดียวกันคือเจ้า “Razer Nari” ตัวนี้รองรับระบบ “THX Spatial audio” สามารถทำเป็น 7.1 Surround ได้นั่นเองครับ
 
 
 

 
ตัวบอดี้หูฟังนั้นจะทำจากวัสดุสองชนิดด้วยกันครับ จะประกอบไปด้วยพลาสติก และแสตนเลสครับ แต่ประมาณสัก 80% ของบอดี้จะทำจากพลาสติกครับ ทั้งนี้ก็เพื่อน้ำหนักของตัวหูฟังที่เบา และการใช้งานเป็นเวลานานๆ ได้ แต่พลาสติกที่นำมาใช้ตัวงานมีความแข็งแรงทนทานพอสมควรครับ สามารถทนต่อแรงกดทับได้ ใครที่ชอบพกพาออกไปข้างนอกด้วย และชอบที่จะนำหูฟังยัดใส่เข้าไปในกระเป๋าเป้ สามารถยัดเข้าไปได้เลยครับ ไม่แตกหักอย่างแน่นอนครับ ตัวบอดี้นั้นจะมีการดีไซน์ออกมาให้เป็นทรงครึ่งวงกลม ด้านนอกสุดที่โชว์จะถูกดีไซน์มาให้เป็นทรงโดมครึ่งวงกลม จะมี LOGO ของ RAZER ที่สามารถปรับแต่งค่าแสงไฟได้
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

บนบอดี้หูฟังข้างซ้ายจะมีปุ่มกดและช่องสำหรับเชื่อมต่อดังนี้
 
- Muted Microphone
- ปุ่มสำหรับปรับ Balance Control ระหว่างเสียงภายในเกม กับ เสียงพูดของเพื่อนร่วมทีม
- ปุ่มสำหรับ เปิด/ปิด เครื่อง
- ช่อง Micro USB สำหรับชาร์จไฟ
- ช่อง AUX ขนาด 3.5mm
- Microphone ที่สามารถปรับระยะการวางตำแหน่งของ Microphone ให้เข้ากับตำแหน่งของปากเราได้ครับ
 
 
 
 
บนบอดี้หูฟังข้างขวาจะมีรายละเอียดดังนี้ครับ
 
- Volume Control แบบ Wheel Control
 
- และช่องสำหรับเก็บตัว DONGLE

 

 

 
 
ตัวหูฟังข้างซ้ายและขวาสามารถบิดปรับได้ 90 องศา 
 
 
 

 

 

ตัว Headband ของหูฟังรุ่นนี้จะมีความหนา และความกว้างคล้ายกับรุ่น Kraken Pro V2 ครับ ฝั่งด้านในของตัว Headband ที่สัมผัสกับศรีษะของเราจะทำจากผ้า เพื่อให้สัมผัสที่นุ่มสบายภายในยังมีฟองน้ำที่มีความหนาประมาณ 1-2 mm. เพื่อดูดซับแรงกดทับที่จะลงไปบนศรีษะของเราครับ ด้านนอกของ Headband จะหุ้มด้วยหนัง และมีคำว่า “RAZER” สกรีนติดไว้อย่างสวยงาม
 
 
 
 

การปรับระยะการสวมใส่ เจ้า Nari ตัวนี้จะไม่สามารถปรับระยะการสวมใส่ได้เหมือนกับรุ่นอื่นๆในค่ายเดียวกันนะครับ ในรุ่นนี้ทางค่ายได้ใช้เป็นเหมือนกับยางยืดซึ่งจะทำให้ระยะการสวมใส่ของหูฟังรุ่นนี้จะยืดหดตามขนาดศรีษะของผู้ใช้ครับ

Earpads ของหูฟังรุ่นนี้มาเป็นรูปทรงกลม มีขนาดใหญ่ และเป็นแบบ Hybrid Design ส่วนที่สัมผัสใบหน้าเป็นผ้าให้สัมผัสการสวมใส่ที่นุ่ม ช่วยซับเหงื่อได้ดีครับ เวลามีเหงื่อออกไม่เหนียวใบหน้า แถมตรงส่วนนี้ข้างในเป็น Cooling Gel ครับ ถ้าเล่นในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศเจ้า Cooling Gel ตัวนี้จะดูดซับความเย็นไว้ จะช่วยให้เราลดอุณหภูมิบริเวณใบหน้า และใบหูได้เป็นอย่างดีเลยครับ ส่วนด้านข้างของ Earpads ก็ทำจากหนัง เวลาที่เลอะคราบน้ำสามารถใช้ผ้ามาเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายครับ

 

 

สเป็คภายในของ Nari
 
- ขนาด Driver นั้นจะมีขนาดอยู่ที่ 50mm กับ Neodymium Magnets
- ค่า Impedance ของหูฟังนั้นจะอยู่ที่ 32 Ohms
- สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 14 ชั่วโมง ถ้าเปิดไฟ RGB บนตัวหูฟัง แต่ถ้าปิดก็สามารถเล่นได้ถึง 20 ชั่วโมงเลยครับ
- สามารถรับส่งสัญญาณได้
 
 
 
 
 
 
เครื่องเล่นเกมที่สามารถใช้งานกับ Nari ได้
 
- PC หรือ Laptop ที่มี USB Port
- Mac (แต่จะไม่สามารถใช้โปรแกรม Razer Synapse 3 ได้นะครับ ทำให้ไม่สามารถปรับตั้งค่าไฟ และเสียง 7.1 Surround ได้)
- PS4 (สามารถใช้งานได้ทั้งระบบไร้สาย และ AUX)
- Xbox ONE (จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อผ่านสาย AUX 3.5mm เท่านั้นนะครับ ยังไม่สามารถใช้แบบไร้สายได้)
- Nintendo Switch (ใช้งานได้เฉพาะการเชื่อมต่อผ่านสาย AUX 3.5 mm เท่านั้นนะครับ)
- Smartphone (สามารถใช้ได้ทั้งไร้สาย และ AUX 3.5 mm เพียงแต่ระบบไร้สายต้องใช้ร่วมกับ OTG ของ Smartphone นะครับ)
 
 
 
 
 
 
หลังจากที่ผมได้นำไปทดลองใช้จริงเป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์นะครับ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมพบเจอขณะที่ใช้ ทั้งจุดที่ชอบและปัญหาที่รู้สึกว่า น่าจะได้รับการแก้ไข ซึ่งผมเองได้ทำสรุปมาให้เป็นข้อๆดังนี้ครับ
 
 
 
- ตัวเสียงของ Nari นั้นอาจจะไม่ได้ถูกจัดเป็น Hi-End Headset แต่ด้วยคุณภาพที่มีนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ เพราะตัวเสียงที่ได้นั้นมีความสมจริง มีมวลเสียงที่ใหญ่ เสียงเอฟเฟคต่างๆ ที่ได้ยินผ่านหูฟังตัวนี้ ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการเล่นเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ แต่ต้องบอกก่อนครับกับการที่มวลเสียงใหญ่ ทำให้แรกๆที่ผมนำไปใช้ เวลาที่ผมไปเล่นเกมแนว FPS การแยกทิศทางของเสียงที่ได้ยินนั้นยากระดับนึง ส่วนมากจะโดน แต่หลังจากที่ได้ใช้ไปได้สักระยะพอคุ้นเคยกับเสียงแล้ว ก็สามารถแยกแยะทิศทางเสียงได้ครับ แต่เมื่อเทียบกับหูฟังที่มีการแยกรายละเอียดเสียงดีๆแล้วยังถือว่าเจ้า Nari นั้นอยู่ระดับกลางครับ
 
- THX spatial audio ช่วยเพิ่มสีสันให้กับหูฟังตัวนี้ได้เป็นอย่างดีครับ ทำให้หูฟังมีมิติมากขึ้น การบอกตำแหน่งของเสียงก็มีระยะที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ส่วนตัวผมคิดว่า เนื่องจากมวลเสียงที่มีมากก็อาจจะทำให้ได้ยินเสียงรายละเอียดยากขึ้นครับ ซึ่งต้องทำความคุ้นเคยเล็กน้อยครับ
 
- การใช้งานแบบ Wireless นั้นทำงานได้ดีมาก นำไปใช้ 1 อาทิตย์ไม่พบเจออาการกระตุกของสัญญาณเลยครับ และแน่นอนว่าดีเลย์นี่ไม่เจอครับ 
 
- ความคล่องตัวของหูฟัง Wireless นั้นทำให้ผมติดใจมากๆครับ พอผมกลับไปใช้หูฟังตัวเดิมของผม กลับกลายเป็นว่าตัวสายหูฟังนั้นน่ารำคาญไปเลยครับ
 
- ระยะเวลาในการใช้งาน 14 ชั่วโมง ผมว่ากำลังดีครับ ใช้ติดต่อกันได้ อย่างน้อย 3 วัน และชาร์จ 1 ครั้ง แต่เราต้องบริหารการใช้งานให้ดีนะครับ ต้องไม่ลืมชาร์จ เพราะผมลืมชาร์จไป 1 ครั้ง ทำให้ต้องเสียเวลาไปประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างนั้นต้องหยิบหูฟังอีกตัวมาใช้ก่อน แต่จริงๆแล้วก็สามารถใช้สายได้แหละครับ ถ้าแบตเตอรี่หมด และไม่มีหูฟังเปลี่ยนจริง ๆ
 
- Microphone นั้นทำงานได้ดีครับ ได้ยินเสียงพูดชัดเจนครับ เคลียร์ สามารถเก็บรายละเอียดเสียงได้ครบครับ แต่อาจจะไม่ได้นุ่มลึกถึงขนาดร้องเพลงได้ สำหรับการใช้งานแบบเกมเมอร์อย่างเรา ผมถือว่า เป็นคุณภาพที่ดีมากแล้วครับ
 
 
 
 
 

 

 

 
 
- อาการล้าหลังจากการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ถือว่าน้อยมากครับ เมื่อเทียบกับขนาดหูฟังที่เหมือนจะหนัก และกดบีบรัดศรีษะ แต่หลังจากผมนำไปใช้จริงๆ กลับกลายเป็นว่าการ หูฟังมีบาลานซ์ที่ดีใช้ได้เลยครับ ทั้งน้ำหนัก และการบีบรัดศรีษะกำลังดีใช้งานต่อเนื่องได้อย่างไร้กังวลครับ
 
 
 
 


ส่วนตัวผมคิดว่า “Razer Nari” นั้นสอบผ่านในความเป็นหูฟัง Wireless Headset เลยละครับ ข้อสำคัญต่างๆอย่างเรื่องความเสถียรของสัญญาณ ระยะเวลาในการใช้งานของแบตเตอรี่ การสวมใส่ ถึงแม้จะมีขนาดที่ใหญ่ แต่ถ้าเรานำมาใช้ตอนที่อยู่ที่บ้านอย่างเดียวผมว่าปัญหาเรื่องขนาด ไม่ใช่ปัญหาที่สำคัญสักเท่าไหร่สำหรับใครที่กำลังเล็งรุ่นนี้ไว้ แต่ถ้าใครสะดวกที่จะพกพาไปข้างนอกด้วย ผมว่าอันนี้อาจจะต้องบริหารการจัดการพื้นที่ในกระเป๋าให้ดีสักหน่อย ไม่งั้นจะกินเนื้อที่ในกระเป๋าไปได้ ในส่วนของคุณภาพเสียงเองรุ่นนี้ก็ทำได้ดีไม่แพ้หูฟังที่เชื่อมต่อผ่านสายเลยครับ ให้รายละเอียดของเสียงได้ครบถ้วน มีเสียงเบสที่หนาใหญ่ มีอิมแพ็คที่ดี กับการเล่นเกม และดูหนังแล้วเนี่ยสะใจอย่างแน่นอน
 
 
สำหรับในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านมากเลยนะครับที่ สละเวลาอ่านบทความของผม สำหรับครั้งหน้าจะเป็นหูฟัง Wireless Headset ตัวไหนอีก หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์ไร้สายตัวอื่น สามารถติดตามกันไว้ได้เลยนะครับ ผมจะพยายามนำมาเขียนรีวิวให้ได้ประโยชน์มากที่สุดครับ ขอบคุณมากครับ
 
 
 

 

 

 

 

    บทความโดย :  Big / Siam Paragon  เขียนเมื่อ : 9 เม.ย. 2562

 



สินค้าที่เกี่ยวข้อง