มั่นคง munkonggadget

รีวิว : หูฟังไร้สาย Skullcandy Push

 


สำหรับคนที่รักในเสียงเพลงนั้น   หูฟังถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยครับ เวลาเดินทางหรือยามว่างก็หยิบขึ้นมาฟังคลายเครียดได้เลย  แต่หลายคนใช้แบบมีสายแล้วมีปัญหาเรื่องสายขาดใน   หรือบางทีสายไปเกี่ยวพันกระชากทำให้หูฟังเสียหายเลยก็มี  ในปัจจุบันเลยมีหูฟังไร้สายแบบ  True Wireless ออกมาตอบโจทย์ 


 

วันนี้ผม เจตน์…งามวงศ์วาน เลยขอนำเสนอ

หูฟังรุ่นใหม่ของทาง Skullcandy ครับ  นั่นก็คือ  Skullcandy Push นั่นเอง
 

 

 



Skullcandy Push ตัวกล่องทรงสี่เหลี่ยมใสเห็นตัวหูฟังชัดเจน  เรามาแกะกล่องกันเลยครับ  ตัวหูฟังและเคสจัดวางในช่องแท่นโฟมอย่างเป็นระเบียบสวยงามทีเดียว  

 

 

 


 

ตัวเคสออกแบบเป็นทรงวงรีก็จะมีโลโก้ Skullcandy หัวกะโหลกบนเคสเท่ไม่เบาเลยครับ  ตรงฐานเคสจะมีปุ่มไว้กดเช็คสถานะแบตเตอรี่  แสงสีน้ำเงินมี 4 ขีดแสดงว่าแบตเตอรี่เต็ม และเวลาเสียบสายเป็นแบบ USB TYPE C  ไฟน้ำเงินจะกระพริบ  พอแบตเคสเต็มไฟสีน้ำเงินจะค้างไว้ครับ ส่วนตัวหูฟังไฟสถานะเวลาใส่ในเคสชาร์จไฟจะเป็นสีแดง  ถ้าเต็มไฟจะดับครับ ชาร์จประมาณ 3-4  ชม. เล่นได้นาน 6 ชม.   และชาร์จในเคสได้อีก 1 รอบ  รวมเป็น 12 ชม. ใช้งานตลอดวันได้สบายๆ


 

 

 

 

ด้านในเคสมีช่องแยกซ้ายขวาชัดเจน หยิบหูฟังวางใส่ช่องได้พอดีเก็บได้อย่างสะดวก   ส่วนด้านบนฝาบุด้วยแผ่นโฟมเวลาปิดเคสช่วยถนอมหูฟังไม่ให้เป็นริ้วรอย   ขนาดของตัวเคสกำลังพอเหมาะไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป หยิบจับได้ถนัดมือ ต้องชมว่าออกแบบเคสได้ดีทีเดียวครับ 

 


 

ด้านในจะแถมสาย USB TYPE C  และ จุกไซส์ S มาสองคู่  สองแบบครับ  

1.  แบบผิวซิลิโคนท่อตรง

2. แบบผิวซิลิโคนกลมนูน

ซึ่งแบบท่อตรงทรงจะแคบกว่าแบบนูน เหมาะสำหรับผู้หญิงหรือท่านใดที่มีที่ช่องหูเล็กสามารถเลือกใส่ให้พอดีได้เลย  และไซส์ M  1 คู่ที่ติดมากับตัวหูฟังขนาดมาตรฐาน  รวมเป็น 3 คู่ครับ


 

เรามาดูตัวหูฟังกันครับ ทรงบอดี้วงรีขนาดเล็กเพียว  สีเขียวตัดดำดูสวยงาม ผิวบอดี้จะมีรูปหัวกะโหลกและมีเลขติดไว้  01 คือข้างซ้าย  02  คือข้างขวา ทำให้ง่ายต่อการสังเกตครับ   และจะมีปุ่มวงกลมขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง กดใช้งานได้สะดวก และบอดี้ด้านล่างของทั้งสองข้างจะมีไฟ LED แสดงสถานะต่าง ๆ  

 

 

 

 

 

 

การใช้งานปุ่มข้างซ้ายและขวา เรามาเริ่มใช้งานกันเลยครับ


 

1  การแพริ่งครั้งแรก กดปุ่มที่หูฟังทั้งสองข้างพร้อมกันค้างไว้ 5 วิ หูฟังข้างซ้ายจะกระพริบไฟสีแดง สีน้ำเงินสลับกัน และข้างขวาจะเชื่อมต่อกับข้างซ้ายอัตโนมัติครับ   และเราทำการเปิดบลูทูธค้นหาจะชื่อว่า Push ทำการเชื่อมต่อ ไฟข้างซ้ายก็จะเป็นสีน้ำเงินครับ 

 

* เมื่อทำการแพริ่งครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปเราเพียงหยิบหูฟังขึ้นมาจากเคส ข้างซ้ายจะมีเสียงพูดว่า  Power on ก็จะทำการเชื่อมต่ออัตโนมัติครับ เวลาเลิกใช้งานก็เก็บใส่เคส ก็จะทำการปิดเครื่อง โดยหูฟังข้างซ้ายจะเป็นตัวหลักในการรับสัญญาณแล้วส่งไปที่ข้างขวา ซึ่งเราสามารถใช้ฟังหรือคุข้างซ้ายข้างเดียวได้ครับ

 

กรณีเราต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่  เช่นมือถืออีกเครื่อง   ให้เราทำการกดปุ่ม  เปิด จะอยู่ข้างซ้ายครับ โดยกดค้างไว้ 7 วิ (สถานะหูฟังต้องปิดอยู่) จะมีเสียงพูดว่า แพริ่ง  เราก็ทำการเปิดบลูทูธค้นหาจะชื่อว่า PUSH พอเราทำการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แล้วก็จะมีเสียงว่า Connected  และกดปุ่มข้างขวาค้างไว้  2 วิ ทำการเปิด  หูฟังทั้งสองข้างก็จะเชื่อมต่อกันอัตโนมัติครับ

 

 

2 การเปิด/ปิดเครื่องทำได้โดยกดปุ่มข้างซ้าย 5 วิ 

3 การเพิ่มระดับเสียง  กดปุ่มที่หูฟังข้างขวา 2 ที พอถึงระดับสูงสุดแล้ว จะมีเสียงเตือนที่หูฟังข้างซ้าย การลดระดับเสียง กดปุ่มที่หูฟังข้างซ้าย 2 ที  

4. การหยุดเพลง/ เล่นเพลง/รับสาย/วางสาย  กด 1 ที ข้างไหนก็ได้ 

5. การเลื่อนไปเพลงถัดไป  กดข้างขวาค้าง 3 วิ จะมีเสียงติ๊ด

6. การเลื่อนไปเพลงก่อนหน้า   กดข้างซ้ายค้าง 3 วิ จะไปที่เริ่มต้นเพลงวินาทีที่ 0.00 แล้วกดค้างไว้ 3 วิอีกครั้งจะไปเพลงก่อนหน้า 

7 การใช้ Activate Voice Assistant กด 3 ที ข้างไหนก็ได้

 

 

 

รุ่นนี้ใช้บลูทูธ V4.2  จากที่ผมได้เทสการเชื่อมต่อ ปรับระดับเสียง กดรับสาย ทำได้อย่างสะดวกคล่องตัวดีทีเดียวครับ  และยังกันน้ำได้ในระดับ IPX4 ใส่ออกลังกายได้อีกด้วยครับ

 

 

แนวเสียง

 


คราวนี้มาถึงจุดสำคัญนั่นก็คือเรื่องเสียงนั่นเอง  แต่อีกจุดที่สำคัญเช่นกันก็คือเรื่องการสวมใส่ครับ โดยตัวหูฟังมีตัวซิลิโคนเกี่ยวใบหูที่ทาง Skullcandy ออกแบบมาโดยเฉพาะเรียกว่า FitFin  เป็นก้านซิลิโคนเนื้อนุ่มโค้งเกี่ยวใบหูด้านใน ทำให้เวลาใส่ออกกำลังกายไม่มีหลุดแน่นอนครับ  เวลาใส่แล้วทรงบอดี้จะเป็นแนวตั้งแนบกับในหูเรา  ซึ่งใส่ครั้งแรกอาจยังไม่ชิน

 

 

* โดยผมจะแนะนำวิธีการใส่ Skullcandy Push ให้ครับ

     
1. ให้ใส่จุกเข้าช่องหูแล้วจับบอดี้ขยับหมุนมาด้านหลังเล็กน้อย 
2. แล้วดันบอดี้ด้านบนเข้าไปในหู ตัวก้าน FitFin จะเข้าไปในร่องหู  แล้วขยับหมุนบอดี้มาด้านหน้า ก็จะกระชับหูพอดีและเก็บเสียงได้เป็นอย่างดีครับ มาลองฟังเพลงกันเลยครับ 

 

 

เบส : มีขนาดใหญ่โต  มีดีพเบส  เป็นเบสที่อิมแพคหนักแน่น  ฟังเพลงจังหวะเร็วๆฟังเบสได้อย่างสนุกมากๆครับ  

เสียงกลาง : เสียงร้องคมชัด มีอิมเมจโหญ่โต  โทนเสียงร้องจะรุกเร้าฟังสนุกทีเดียวครับ  

กลางแหลม : กลางแหลมเคลียร์พอประมาณ  ไม่ถึงกับใสกริ๊งแต่ไม่ขาด  โดยผมได้ลองเทสเพลงฟังเสียงกีตาร์อุดสายและโซโลแบบร็อค ฟังได้อารมณ์ดีทีเดียวครับ  

เวทีเสียง : มิติเสียงโปร่งปานกลาง โฟกัสเสียงดนตรีได้จะแจ้ง  ไดนามิกน้ำหนักเครื่องดนตรีหนักแน่นกระฉับกระเฉง ฟังเพลงแนว  POP  ROCK   HIPHOP  ได้อย่างสนุกเลยครับ  

 

 

สรุป 
 

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายแบบ true wireless แล้วล่ะก็ Skullcandy Push น่าสนใจมากๆครับ  ตัวหูฟังออกแบบได้ดี ดูทันสมัยสวยงาม  มีขนาดเล็กน้ำหนักเบา  สวมใส่สบาย  และปุ่มกดควบคุมก็ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย คล่องตัวมากๆ ให้โทนเสียงหนักแน่นฟังสนุก ใช้งานได้หลากหลายจะใส่เที่ยว  ฟังเพลงที่บ้าน ใส่ออกกำลังกายก็ได้  ทำให้เหมาะกับเป็นหูฟังคู่ใจพกติดตัวกันเลยครับ  และเช่นเคย ท่านใดสนใจทางร้านมั่นคงมีให้ทดลองฟังเสียงกันก่อนได้เลยครับผม 

 

 

 


 

 

 

 
 

เขียนโดย : เจตน์ งามวงศ์วาน  เขียนเมื่อ :   11  เม.ย. 2562

 

 


สินค้าที่เกี่ยวข้อง